โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงสูง ปี ๒๕๖๕
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงานบริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขเป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำไปสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการและมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ในกลุ่มประชากรทีมีภาวะเสี่ยงสูงถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมอาจพัฒนาเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทำให้เป็นภาระต่อเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลส่วนปัจจัยด้านอื่นๆ ที่อาจมีความเกี่ยวเนื่องกันได้ก็คือ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่าคนที่มีบิดา มารดา มีภาวะความดันโลหิตสูงก็มักจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนที่บิดา มารดามีภาวะความดันโลหิตปกติส่วนในเรื่องปัจจัยแวดล้อม เช่น มีน้ำหนักตัวมาก สูบบุหรี่จัด ดื่มสุราจัด มีระดับไขมันในเลือดสูงและมีความเครียดก็มีผลทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงเช่นกันและโรคเบาหวานเป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรังอันตรายที่มักพบร่วมกันกับโรคความดันโลหิตสูง และมักจะค่อยสูงขึ้นและร่างกายก็ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับภาวะความดันโลหิตที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ค่อยทราบหากไม่ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตหรือตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้ และส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อ หัวใจ ไต ตา และสมอง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิต
จากการตรวจคัดกรองโรคในประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ในเขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ จำนวน ๒,๕๔๔ ราย สามารถคัดกรองโรคเบาหวานครอบคลุมคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๑๙ ของประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ตามลำดับ และคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงได้ครอบคลุมคิดเป็นร้อยละ ๘๗.๖๑ ของประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ตามลำดับ พบกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูง ที่มีค่าระดับความดันโลหิต ≥๑๔๐/๙๐ คิดเป็นร้อยละ ๗.๒๓ และกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) >๑๐๐mg/dl คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๗๔
ดังนั้นด้วยความตระหนักถึงปัญหาและภัยของภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส จึงมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพความครอบคลุมการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ จึงได้เล็งเห็นผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีค่าผลเลือดและค่าระดับความดันโลหิตเกินเกณฑ์เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อได้มีการ จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงสูง ปี ๒๕๖๕
-
๑.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ๒.เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตลดลง0.00
๑.จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติโครงการแก่กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วน
ตำบลกะลาเส
๒. ประสานวิทยากรและจัดเตรียมอุปกรณ์และเอกสารในการดำเนินการ
๓.กิจกรรมอบรมให้ความรู้
กิจกรรมที่ ๓.๑. ตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต เจาะเลือดปลายนิ้ว(DTX) ก่อนการอบรมความรู้
กิจกรรมที่ ๓.๒.การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรค ดังนี้
-ทดสอบความรู้ก่อนอบรม
-อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-อบรมเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดโรค
-ทดสอบความรู้หลังอบรม
๔.กิจกรรมติดตามการตรวจวัดความดันโลหิตและเจาะน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว (DTX) ซ้ำ
เป็นเวลา ๓ เดือน
-ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยการเจาะ (DTX) งดน้ำงดอาหาร เดือนละ ๑ ครั้ง โดยนัดกลุ่มเป้าหมายมาตรวจ DTX เดือนละ ๑ ครั้ง
-ตรวจวัดระดับความดันโลหิต โดยนัดกลุ่มเป้าหมายวัดความดันโลหิตสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง
๕.กิจกรรมเยี่ยมบ้านเยี่ยมครัวโดยการสุ่มตรวจระดับความหวานและความเค็มในอาหารที่กลุ่มเสี่ยงสูงรับประทาน (เฉพาะกลุ่มที่มีผลระดับค่าน้ำตาลและระดับความดันโลหิตในเลือดไม่ลดลง จากการติดตามตรวจระดับน้ำตาลและระดับความดันโลหิตไปแล้ว ๑ เดือน) โดยใช้เครื่องมือตรวจระดับความหวานและความเค็ม ในอาหาร พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้คำแนะนำที่เหมาะสม
๖.กิจกรรมประชุมสรุปผลการติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-แจ้งผลการติดตามการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิต
-แจ้งผลกิจกรรมเยี่ยมบ้านเยี่ยมครัว
-แบ่งกลุ่มย่อยสรุปปัญหาและอุปสรรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละกลุ่ม
-สรุปผลการดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
๗.สรุปผลการดำเนินโครงการ
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงสูง ปี ๒๕๖๕
งบประมาณจากเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลกะลาเส ๑๑,๗๗๒ บาท
(หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบสองบาทถ้วน) ตามรายละเอียดดังนี้
๑.กิจกรรมอบรมความรู้
-ค่าอาหารกลางวัน ๑ มื้อ มื้อละ ๕๐ บาท จำนวน ๕๐ คน เป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๒ มื้อ มื้อละ ๒๕ บาท จำนวน ๕๐ คน เป็นเงิน ๒,๕๐๐บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน ๑ คน เวลา ๔ ชั่วโมง ชั่วโมงละ ๓๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๒๐๐บาท
-ค่าคู่มือติดตามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จำนวน ๕๐ ชุด ชุดละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท
-ค่าถ่ายเอกสารแบบทดสอบความรู้ก่อน-หลัง อบรม จำนวน ๑๐๐ แผ่น แผ่นละ ๑ บาท (หน้า/หนัง)
เป็นเงิน ๑๐๐ บาท
๒.กิจกรรมติดตามตรวจวัดความดันโลหิตและเจาะน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว
-ค่าแถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมเข็มเจาะ จำนวน ๔ กล่อง กล่องละ ๔๓๐.๕๐ บาท
เป็นเงิน ๑,๗๒๒ บาท
๓.กิจกรรมเยี่ยมบ้านเยี่ยมครัว
-ไม่มี
๔.กิจกรรมประชุมสรุปผลการติดตาม
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๑ มื้อ มื้อละ ๒๕ บาท จำนวน ๕๐ คน เป็นเงิน ๑,๒๕๐ บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๑,๗๗๒ บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบสองบาทถ้วน)
23 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 256511772.00 บาท
๑. ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ มีสุขภาพดี และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ๒.ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองมากขึ้นเกิดบุคคลต้นแบบ ในการขยายผลสู่เครือข่ายในชุมชน
