โครงการ “ชุมชนลากอร่วมใจ ต้านภัยโรคเรื้อรัง ปี 2565
-
นางตอยยีบะห์ ลำเดาะ
-
นางกามารีเยาะ เปาะเซ็ง
-
นางอานีซ๊ะ บูงอแคะบอง
-
นางฮามีด๊ะ ลือแบลูวง
-
นางอามีเน๊าะ ทากือแน
-
นางตอยยีบะห์ ลำเดาะ
-
นางกามารีเยาะ เปาะเซ็ง
-
นางอานีซ๊ะ บูงอแคะบอง
-
นางฮามีด๊ะ ลือแบลูวง
-
นางอามีเน๊าะ ทากือแน
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน11.88
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง12.99
-
ร้อยละกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน1.85
-
ร้อยละกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคความดันโลหิตสูง4.48
-
ผู้ป่วยรายใหม่โรคเบาหวาน22.00
-
ผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูง36.00
-
อาสาสมัครสาธารณสุขขาดตวามรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ 2ส เพื่อปฏืบัติงานในชุมชน65.00
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆของประเทศไทย คือโรคมะเร็งโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอด ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอแม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง ส่งผลต่อการเกิดโรคเหล่านี้ได้ การสร้างเสริมสุขภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ เป็นพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ที่ทุกคนควรมีการปฏิบัติและปลูกฝังจนเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การมีความสุข ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ
สถิติการเจ็บป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอ ตำบลยะหา อำเภอยะหาจังหวัดยะลาพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในอันดับต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างโอกาสสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม จะช่วยทำให้กลุ่มป่วยสามารถดูแลตนเองได้เป็นอย่างดี กลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยงมีความตระหนักและใช้ประสบการณ์ของผู้ป่วยคนอื่นๆในชุมชน เป็นตัวอย่างและปรับใช้ในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดโรคก่อนวัยอันควร ทั้งนี้การสร้างโอกาสดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้แนวทางที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยตนเอง ซึ่งอาจต้องรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง โดยใช้หลัก 3อ2ส เช่น ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม รับประทานผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นทำจิตใจให้สงบ ลด ละ เลิกบุหรี่และสุรา รวมถึงการเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระบวนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
จากข้อมูลการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอปี 2565 พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน จำนวน 160 ราย และ 25 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.88 และ 1.85ผู้ป่วยรายใหม่22 ราย พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 148 ราย และ 51 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.99 และ 4.48ตามลำดับ ผู้ป่วยรายใหม่36ราย มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆปี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอได้ตระหนักถึงการเปิดโอกาสในการสร้างสุขภาวะของ ประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรค 3อ 2ส ตามวิถีชุมชน เพื่อการมีสุขภาพดีโดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนวิถีด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวและพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป
-
1. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3 อ. 2 ส.และสามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง65.00
1.ร้อยละ 100 ของอาสาสมัครสาธารณสุขเข้าร่วมกิจกรร,
-
2 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคร่วมกันของคนในชุมชน0.00
1 ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงเบาหวานเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2ส.
- ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2ส.
-
3. เพื่อให้กลุ่ม สงสัยป่วยต่อการเกิดโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง/โรคหัวใจ และหลอดเลือด เข้าถึงบริการวัดคัดกรอง วินิจฉัย ขึ้นทะเบียน และ รักษาอย่างต่อเนื่อง0.00
ร้อยละ90 การตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน
ร้อยละ90 การตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คืนข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ เน้นกระบวนการ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ
- จัดประชุมชี้แจงโครงการฯคณะทำงาน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 65 คน โดยมีการประชุมกำหนดเนื้อหา พัฒนาองค์ความรู้แบบเข้มข้น เรื่อง ๓ อ ๒ ส และ การฝึกทบทวนการตรวจสุขภาพ การชั่งน้ำหนัก การวัดความดันโลหิต วัดรอบเอว การตรวจน้ำตาลในเลือด และการรอบรู้ด้านสุขภาพ การเลือกและข้อมูลทางโภชนาการ และมาตรการการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคโควิด -19
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 65คน x 25 บาท x 1 มื้อเป็นเงิน 1,625บาท
- ค่าปายไวนิลชื่อโครงการ ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน 800บาท
1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565- ร้อยละ 100 ของอาสาสมัครสาธารณสุขเข้าร่วมกิจกรรม 2.อาสาสมัครทุกคนเกิดความมั้นใจในการปฏิบัติงานปรับเปลี่ยนหฤติกรรม 3อ.2ส และสาสมารถฝึกทบทวนในการตรวจสุขภาพได้เป็นอย่างดีผ่านทุกคน
2425.00 บาท - จัดประชุมชี้แจงโครงการฯคณะทำงาน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 65 คน โดยมีการประชุมกำหนดเนื้อหา พัฒนาองค์ความรู้แบบเข้มข้น เรื่อง ๓ อ ๒ ส และ การฝึกทบทวนการตรวจสุขภาพ การชั่งน้ำหนัก การวัดความดันโลหิต วัดรอบเอว การตรวจน้ำตาลในเลือด และการรอบรู้ด้านสุขภาพ การเลือกและข้อมูลทางโภชนาการ และมาตรการการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคโควิด -19
-
กิจกรรมที่ 2 . จัดกิจกรรมแบ่งโซนจัดทำฐานการเรียนรู้ และฟื้นฟูกลุ่มเพื่อนเตือนเพื่อน พันธะสัญญาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหนุนเสริมทักษะชีวิต ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยใช้หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค ๓ อ ๒ ส ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยจัดทำเป็นฐานการเรียนรุ้ จำนวน 4 ฐาน ประกอบด้วย ฐาน 1 รู้ตน ฐานที่ 2 อาหารต้านโรค ฐานที่ 3 ออกกำลังกายพิชิตพุง ฐานที่ 4 เทคนิคการนวดคลายเครียด (จัดทำ 2 รุ่น)
ค่าอาหารกลางวัน 250 คน x 50 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 12,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 250 คน x 25 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 12,500 บาท
1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565- ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและตวามดันโลหืตสูงเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2ส
25000.00 บาท -
กิจกรรมที่3 ติดตามชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงหลังจากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมทักษะชีวิต ในเรื่อง 3อ.2ส.ไป 1 เดือน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขพร้อมจัดซื้ออุปกรณ์การตรวจติดตามสุขภาพ
จัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติดิจิตอลแบบพกพา เพื่อสนับสนุนการวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านของกลุ่มเสี่ยงสงสัยป่วยและผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีความจำเป็นตามลำดับก่อนหลัง
ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติดิจิตอลแบบพกพา จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ
1500 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล
- ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 800 บาท เป็นเงิน 3,200 บาท
สายวัดรอบเอว
- สายวัดรอบเอว BMI (ดัชนีมวลกาย) จำนวน 65 อัน ราคาอันละ 20 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 25651.จัดซื้ออุปกรณ์การตรวจติดตามสุขภาพครบตามเป้าหมาย
2.อาสาสมัครสาธารณสุขมีอุปกรณ์ตรวจสุขภาพเพิ่มขึ้น
10500.00 บาท
1 กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3 อ.2 ส.และสามารถ
นำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ 80
2.ชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคร่วมกัน
2 จำนวนผู้ป่วยรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงลดลง จากปีก่อน
