กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการ “ชุมชนลากอร่วมใจ ต้านภัยโรคเรื้อรัง ปี 2565

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ยะหา
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการ “ชุมชนลากอร่วมใจ ต้านภัยโรคเรื้อรัง ปี 2565
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอ
  1. นางตอยยีบะห์ ลำเดาะ
  2. นางกามารีเยาะ เปาะเซ็ง
  3. นางอานีซ๊ะ บูงอแคะบอง
  4. นางฮามีด๊ะ ลือแบลูวง
  5. นางอามีเน๊าะ ทากือแน
  6. นางตอยยีบะห์ ลำเดาะ
  7. นางกามารีเยาะ เปาะเซ็ง
  8. นางอานีซ๊ะ บูงอแคะบอง
  9. นางฮามีด๊ะ ลือแบลูวง
  10. นางอามีเน๊าะ ทากือแน
หมู่ที่ 4.5,7,8 ตำบลยะหาอำเภอยะหาจังหวัดยะลา
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
  1. ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
    11.88

     

  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
    12.99

     

  3. ร้อยละกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน
    1.85

     

  4. ร้อยละกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคความดันโลหิตสูง
    4.48

     

  5. ผู้ป่วยรายใหม่โรคเบาหวาน
    22.00

     

  6. ผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูง
    36.00

     

  7. อาสาสมัครสาธารณสุขขาดตวามรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ 2ส เพื่อปฏืบัติงานในชุมชน
    65.00

     

ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆของประเทศไทย คือโรคมะเร็งโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอด ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอแม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง ส่งผลต่อการเกิดโรคเหล่านี้ได้ การสร้างเสริมสุขภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ เป็นพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ที่ทุกคนควรมีการปฏิบัติและปลูกฝังจนเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การมีความสุข ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ
สถิติการเจ็บป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอ ตำบลยะหา อำเภอยะหาจังหวัดยะลาพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในอันดับต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างโอกาสสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม จะช่วยทำให้กลุ่มป่วยสามารถดูแลตนเองได้เป็นอย่างดี กลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยงมีความตระหนักและใช้ประสบการณ์ของผู้ป่วยคนอื่นๆในชุมชน เป็นตัวอย่างและปรับใช้ในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดโรคก่อนวัยอันควร ทั้งนี้การสร้างโอกาสดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้แนวทางที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยตนเอง ซึ่งอาจต้องรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง โดยใช้หลัก 3อ2ส เช่น ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม รับประทานผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นทำจิตใจให้สงบ ลด ละ เลิกบุหรี่และสุรา รวมถึงการเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระบวนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
จากข้อมูลการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอปี 2565 พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน จำนวน 160 ราย และ 25 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.88 และ 1.85ผู้ป่วยรายใหม่22 ราย พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 148 ราย และ 51 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.99 และ 4.48ตามลำดับ ผู้ป่วยรายใหม่36ราย มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆปี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอได้ตระหนักถึงการเปิดโอกาสในการสร้างสุขภาวะของ ประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรค 3อ 2ส ตามวิถีชุมชน เพื่อการมีสุขภาพดีโดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนวิถีด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวและพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. 1. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3 อ. 2 ส.และสามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง
    65.00

    1.ร้อยละ 100 ของอาสาสมัครสาธารณสุขเข้าร่วมกิจกรร,

  2. 2 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคร่วมกันของคนในชุมชน
    0.00

    1 ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงเบาหวานเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2ส.

    1. ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2ส.
  3. 3. เพื่อให้กลุ่ม สงสัยป่วยต่อการเกิดโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง/โรคหัวใจ และหลอดเลือด เข้าถึงบริการวัดคัดกรอง วินิจฉัย ขึ้นทะเบียน และ รักษาอย่างต่อเนื่อง
    0.00
    1. ร้อยละ90 การตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน

    2. ร้อยละ90 การตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 พฤษภาคม 2565 30 กันยายน 2565
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
  1. กิจกรรมที่ 1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คืนข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ เน้นกระบวนการ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ
    • จัดประชุมชี้แจงโครงการฯคณะทำงาน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 65 คน โดยมีการประชุมกำหนดเนื้อหา พัฒนาองค์ความรู้แบบเข้มข้น เรื่อง ๓ อ ๒ ส และ การฝึกทบทวนการตรวจสุขภาพ การชั่งน้ำหนัก การวัดความดันโลหิต วัดรอบเอว การตรวจน้ำตาลในเลือด และการรอบรู้ด้านสุขภาพ การเลือกและข้อมูลทางโภชนาการ และมาตรการการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคโควิด -19
    • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 65คน x 25 บาท x 1 มื้อเป็นเงิน 1,625บาท
    • ค่าปายไวนิลชื่อโครงการ ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน 800บาท
    1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565
    1. ร้อยละ 100 ของอาสาสมัครสาธารณสุขเข้าร่วมกิจกรรม 2.อาสาสมัครทุกคนเกิดความมั้นใจในการปฏิบัติงานปรับเปลี่ยนหฤติกรรม 3อ.2ส และสาสมารถฝึกทบทวนในการตรวจสุขภาพได้เป็นอย่างดีผ่านทุกคน
    2425.00 บาท
  2. กิจกรรมที่ 2 . จัดกิจกรรมแบ่งโซนจัดทำฐานการเรียนรู้ และฟื้นฟูกลุ่มเพื่อนเตือนเพื่อน พันธะสัญญาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

     จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหนุนเสริมทักษะชีวิต ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยใช้หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค ๓ อ ๒ ส ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยจัดทำเป็นฐานการเรียนรุ้ จำนวน 4 ฐาน ประกอบด้วย ฐาน 1 รู้ตน ฐานที่ 2 อาหารต้านโรค ฐานที่ 3 ออกกำลังกายพิชิตพุง ฐานที่ 4 เทคนิคการนวดคลายเครียด (จัดทำ 2 รุ่น)

    • ค่าอาหารกลางวัน 250 คน x 50 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 12,500 บาท

    • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 250 คน x 25 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 12,500 บาท

    1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565
    1. ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและตวามดันโลหืตสูงเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2ส
    25000.00 บาท
  3. กิจกรรมที่3 ติดตามชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงหลังจากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมทักษะชีวิต ในเรื่อง 3อ.2ส.ไป 1 เดือน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขพร้อมจัดซื้ออุปกรณ์การตรวจติดตามสุขภาพ

     จัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติดิจิตอลแบบพกพา เพื่อสนับสนุนการวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านของกลุ่มเสี่ยงสงสัยป่วยและผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีความจำเป็นตามลำดับก่อนหลัง

    • ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติดิจิตอลแบบพกพา จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ

      1500 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท

     เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล

    • ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 800 บาท เป็นเงิน 3,200 บาท

     สายวัดรอบเอว

    • สายวัดรอบเอว BMI (ดัชนีมวลกาย) จำนวน 65 อัน ราคาอันละ 20 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
    1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565

    1.จัดซื้ออุปกรณ์การตรวจติดตามสุขภาพครบตามเป้าหมาย

    2.อาสาสมัครสาธารณสุขมีอุปกรณ์ตรวจสุขภาพเพิ่มขึ้น

    10500.00 บาท

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง

1 กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3 อ.2 ส.และสามารถ
นำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ 80 2.ชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคร่วมกัน 2 จำนวนผู้ป่วยรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงลดลง จากปีก่อน

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
นางตอยยีบะห์ ลำเดาะโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2565 00:00 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20 พ.ค. 2565 11:13 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5