โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน โรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมธารน้ำทิพย์ ประจำปีงบประมาณ 2565
การประกอบอาชีพเกษตรกรรมถือเป็นกำลังสำคัญที่เป็นรากฐาน ทางเศรษฐกิจของชาติ การดูแลสุขภาพเกษตรกรจึงเป็นงานสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งปัญหาสุขภาพที่สำคัญในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คืออันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูและวัชพืช เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรู และวัชพืชอย่างแพร่หลายเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการใช้สารเคมีฯ ที่ไม่ถูกต้อง ปลอดภัย ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง อาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรื้อรังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสะสมในระบบต่างๆ ของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติและโรคต่างๆ
จากข้อมูลกรมควบคุมโรคตั้งแต่ปี 2546-2555 พบว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเฉลี่ยปีละ 1,734 ราย สำหรับผลการตรวจปี 2555 ทำการตรวจเกษตรกรไปทั้งสิ้น 244,822 ราย พบเกษตรกรที่มีผลตรวจเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัยจำนวน 75,749 ราย คิดเป็น 30.94% ขณะที่ปี 2556 ทำการตรวจเกษตรกรไปทั้งสิ้น 314,805 ราย ในจำนวนนี้พบผลตรวจเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัยจำนวน 96,227 ราย คิดเป็น 30.54% และในปี 2557 ที่ได้ทำการตรวจเกษตรกรไปทั้งสิ้น 317,051 ราย พบว่าในจำนวนนี้ 107,820 ราย มีผลตรวจเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย นั่นหมายถึงจำนวน 34 % หรือ 1/3 ของเกษตรกรมีความไม่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมีในการเกษตร
จากการสำรวจพบว่าประชากรในพื้นที่ตำบลธารน้ำทิพย์เป็นพื้นที่ที่มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากการสารเคมีตกค้าง นอกจากนี้เมื่อปีงบประมาณ 2562 ได้ดำเนินการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีตกค้างในเกษตรกร จำนวน 113 ราย พบว่า มีจำนวนเกษตรกรที่ผลเลือดความเสี่ยงจำนวน 51 ราย คิดเป็นร้อยละ 45.13 และพบว่าผลเลือดไม่ปลอดภัย จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.65
จากข้อมูลข้างต้นทำให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธารน้ำทิพย์ได้ตระหนักและเล็งเห็นปัญหาสุขภาพของเกษตรกรในตำบลธารน้ำทิพย์ จึงจัดทำ“โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน โรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมธารน้ำทิพย์”ขึ้น
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ
2.1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ
2.1.2 ประสานงานผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.1.3 ประชาสัมพันธ์โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน โรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมธารน้ำ-ทิพย์
ถึง0 บาท -
ขั้นดำเนินการ
2.2.1 ซักประวัติ, ตรวจสุขภาพร่างกายของผู้เข้าร่วมโครงการ
2.2.2 เจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด
2.2.3 จัดอบรมให้ความรู้ เรื่องอันตรายจากการใช้สารเคมีจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
และป้องกันตนเองจากโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
2.2.4 จัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และปัญหาของการป้องกันตนเอง
จากโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
2.2.5 แจ้งผลเลือดที่เข้าร่วมการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด
2.2.5.1 ในกรณีผลเลือดปกติ แนะนำการใช้ชีวภาพแทนสารเคมี
2.2.5.2 ในกรณีเลือดผิดปกติ จะร่วมวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เลือดผิดปกติ พร้อมทั้งชี้แนะเห็นให้โทษของการใช้สารเคมี แล้วนำไปสู่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีโดยใช้ชีวภาพแทน มีการติดตามสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และนัดเจาะเลือดซ้ำอีก 1 เดือน
2.2.6 กำหนดข้อตกลงของชุมชนในการทำเกษตรปลอดภัยใส่สุขภาพ
2.2.7 จัดตั้งชมรมเกษตรปลอดภัยใส่ใจสุขภาพในเกษตรกรรายใหญ่
2.2.8 ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยในการปลูกผักริมรั้วทานเอง
ถึง12000 บาท -
สรุปผลการการดำเนินงานตามโครงการถึง0 บาท
7.1 ร้อยละ 80 ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี่ยวกับอันตรายและการป้องกันตนเองจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพิ่มมากขึ้น 7.2 ร้อยละ 100 ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด 7.3 ร้อยละ 50 ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีการปฏิบัติตนการป้องกันตนเองจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
