โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กวัยเรียนด้านพฤติกรรมและอารมณ์ โดยเน้นที่ ครอบครัวและเครือข่ายชุมชน”ตำบลกาบัง ปีงบประมาณ 2565
-
-
-
เด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ก้าวออกจากครอบครัวเข้าสู่สังคมใหม่ อันได้แก่ระบบการศึกษาโรงเรียน ชุมชนและครอบครัวมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญยิ่งในการส่งเสริมศักยภาพเด็กวัยนี้ให้มีร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาที่ดี เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาค71.79
เด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ก้าวออกจากครอบครัวเข้าสู่สังคมใหม่ อันได้แก่ระบบการศึกษาโรงเรียน ชุมชนและครอบครัวมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญยิ่งในการส่งเสริมศักยภาพเด็กวัยนี้ให้มีร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาที่ดี เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตอย่างไรก็ตาม มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่มีภาวะเสี่ยงหรือปัญหาพฤติกรรมและปัญหาอารมณ์ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ทั้งปัญหาการเรียน หรืออาการผิดปกติทางกายอื่นๆ การดูแล ช่วยเหลือ หรือเฝ้าระวังที่เหมาะสมจากทุกฝ่ายจะช่วยให้เด็กต่อสู้และผ่านพ้นปัญหาไปได้ในที่สุด โดยสถานการณ์ความฉลาดทางสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ จากการสำรวจข้อมูลความฉลาดทางสติปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์ ปี พ.ศ. 2563 ในเด็กนักเรียน ป.1 จำนวน 319 คน (กรมสุขภาพจิต) พบว่าเด็กจังหวัดยะลามีความฉลาดทางสติปัญญาเฉลี่ย 66.66 ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ (100) ส่วนความฉลาดทางอารมณ์ พบว่า มีความฉลาดทางอารมณ์ เฉลี่ย 45.90 ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ (ร้อยละ 70) และพบว่าผลการประเมินปัญหาพฤติกรรม-อารมณ์ (เด็กนักเรียน ป.1 จำนวน 264 คน ใช้แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน) อยู่ในระดับเสี่ยง ร้อยละ 8.5 และอยู่ในระดับมีปัญหา ร้อยละ 8.5 นอกจากนี้ยังว่าเด็กนักเรียน ป.1 สงสัยเป็นออทิสซึม ปัญหาการเรียนรู้ (LD) เรียนรู้ช้า และสมาธิสั้นตามลำดับ จากข้อมูลงานสุขภาพจิตโรงพยาบาลกาบังตำบลกาบัง พบว่าในปี 2564มีจำนวนเด็กชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนเขตตำบลกาบัง ที่เข้ารับการตรวจวัดระดับความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) จำนวน 25 ราย มีระดับความฉลาดทางสติปัญญาเฉลี่ย 71.79 ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ (100) นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนเด็ก ที่อายุ 6-12 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นออทิสซึม ปัญหาการเรียนรู้ (LD) จำนวน 8 ราย เรียนรู้ช้า (ID) จำนวน 15 ราย และสมาธิสั้นมีจำนวน 2 ราย จากปัญหาดังกล่าว งานสุขภาพจิตเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอกาบัง ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้จัด “โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กวัยเรียนด้านพฤติกรรมและอารมณ์ โดยเน้นที่ครอบครัวและเครือข่ายชุมชน” ขึ้น เพื่อค้นหาและเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยเด็กวัยเรียนที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัวและคนในชุมชน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน120
-
กลุ่มวัยทำงาน126
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
รุ่นที่1 กิจกรรมอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใส่ใจรักเพื่อนเตือนเพื่อน เดือน กรกฎาคม 2565 ฐาน1.ทักษะการเรียนรู้ กลุ่ม2.ทักษะการยอมรับ ฐาน3.ทักษะการปฏิเสธ รุ่นที่2 กิจกรรมอบรมแลกเปลี่ยนเรียนในกลุ่มผู้ปกครองเด็กและแกนนำเครือข่ายวัยรุ่น เดือน กรกฎาคม 2565
ค่าอาหารกลางวันจำนวน 246 คนx50บาทx1มื้อ เป็นเงิน 12,300 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องและเครื่องดื่ม จำนวน 246 x25บาทx2มื้อ เป็นเงิน 12,300 บาท
ค่าติดตามเยี่ยมศูนย์ ทีมวัยรุ่นในชุมชน/รร. จำนวน 8 คน x8ครั้งx100บาท เป็นเงิน 6,400 บาท
ค่าวิทยากร จำนวน5ชั่วโมงๆละ300บาทx2วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าจัดจ้างทำป้ายไวนิล โครงการขนาด 2 x2.5เมตรx1ป้าย เป็นเงิน 1,250 บาท
ค่าวัสดุจัดอบรม เป็นเงิน 10,700 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 45,950 บาท (สี่หมื่นห้าพันเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
1 กรกฎาคม 2565 ถึง 24 มิถุนายน 25651.ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ มีทักษะในการช่วยเหลือปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ก้าวร้าว อย่างถูกต้องและเหมาะสม (ประเมินจากแบบทดสอบก่อนและหลังอบรม)
๒.ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการค้นหาและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเด็กในชุมชน
๓.ผู้เข้ารับการอบรมมีการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสุขภาพจิตเด็กและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตในเด็กและวัยเรียน
4.ผู้เข้ารับการอบรมมีแนวทางการแก้ไขปัญหาแนวทางปฏิบัติตัวและแนวทางการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
45950.00 บาท
๑.ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ มีทักษะในการช่วยเหลือปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ก้าวร้าว อย่างถูกต้องและเหมาะสม (ประเมินจากแบบทดสอบก่อนและหลังอบรม)ร้อยละ80 ๒.ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการค้นหาและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเด็กในชุมชน ๓.ผู้เข้ารับการอบรมมีการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสุขภาพจิตเด็กและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตในเด็กและวัยเรียน ๔.ผู้เข้ารับการอบรมมีแนวทางการแก้ไขปัญหาแนวทางปฏิบัติตัวและแนวทางการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
