-
นายวิชัย ปลอดภัย
-
นายวิริยะ เจริญวิริยภาพ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง46.00
สถานการณ์ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับข้อมูลภาระโรคของประชาชน ที่มีการตายหรือภาวะจากการป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ นำมาสู่ภาวะการไตวายและเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณในการดูแลรักษาพยาบาลตามมาด้วย
คนไทยบริโภคโซเดียมเกือบ 4,000 มก.ต่อวัน สูงกว่า WHO กำหนดไม่ควรเกิน 1 ช้อนชา หรือ 2,000 มก.ต่อวัน ถึง 2 เท่า ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
แผนยุทธศาสตร์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทยปี 2559-2568 จึงกำหนดเป้าหมายให้ประชาชนลดเกลือและโซเดียมลง 30% ภายในปี 2568 พร้อมกับผลักดันนโยบายภาษีความเค็ม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลเสียสุขภาพประชาชน
ข้อมูลองค์การอนามัยโลก WHO ระบุว่าผลการสำรวจที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ เด็กไทยบริโภคเกลือมากเกินความจำเป็น เฉลี่ยมากถึง 3,194 มก.ต่อวัน ซึ่งเป็นระดับการบริโภคที่สูงเกินกว่าเกณฑ์แนะนำสำหรับกลุ่มเด็ก การบริโภคโซเดียมมากเกินไป เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง นำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย หลอดเลือดสมองตีบตัน และไตวาย รวมทั้งโรคเรื้อรังชนิดอื่นๆ นำมาซึ่งภาวะทุพพลภาพและการสูญเสียทางเศรษฐกิจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรตามมา
ทั้งนี้จากการสำรวจปริมาณการบริโภคโซเดียมในประชากรทั่วประเทศ โดย ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยการตรวจวัดโซเดียมในปัสสาวะ 24 ชม. จากกลุ่มตัวอย่าง 2,388 คน อายุเฉลี่ย 43 ปี ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นเพศหญิงร้อยละ 53 พบว่า คนไทย บริโภคโซเดียมเฉลี่ย 3,632 มก.ต่อวัน หรือ 1.8 ช้อนชา โดยบริโภคเฉลี่ยเยอะที่สุดในภาคใต้ 4,108 มก.ต่อวัน รองลงมา คือ ภาคกลาง 3,760 มก.ต่อวัน ภาคเหนือ 3,563 มก.ต่อวัน กรุงเทพมหานคร 3,496 มก.ต่อวัน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3,316 มก.ต่อวัน
กลุ่มบริโภคเกลือมาก คือ คนอายุน้อย (เริ่มสำรวจตั้งแต่อายุ 18 ปี) บริโภคเกลือมาก ส่วนคนอายุมาก ทานน้อยลง และ กลุ่มที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง กลับกินเค็มมากกว่าคนปกติ ขณะที่ คนที่น้ำหนักเกิน อ้วน กินเกลือมากกว่าคนน้ำหนักปกติเช่นกัน โดยแหล่งของเกลือที่คนไทยได้รับ มากจากการกินอาหารนอกบ้าน 80%
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.000.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง46.000.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง12
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การคัดกรองโรคเรื้อรังแบบเชิงรุกในชุมชนเน้น เบาหวาน และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
พยาบาลคลินิกโรคเรื้อรัง หรือ CKD clinic คัดกรองผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลและความดัน หรือมีค่าไตระดับ 3 -4
11 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 25651.ข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลและความดัน หรือมีค่าไตระดับ 3 -4
0.00 บาท -
การพัฒนาทักษะการดูแลสุขภาพการบริโภคที่ถูกต้อง
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะไตเสื่อมทีมีค่า CKD ระดับ 3 ร่วมกิจกรรมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ประกอบด้วย
1.เข้าใจโรคไต และภัยจากเบาหวานความดัน
2.การกินผักและลดเค็ม
3.การกินยาชุด แก้ปวด
ค่าใช้จ่าย
1. ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท (ปรับได้ตามสภาพเศรษฐิกจของพื้ันที่) x จำนวน.............คน เป็นเงิน ................บาท
2. ค่าอาหารว่าง25 บาท (ปรับได้ตามสภาพเศรษฐกิจ) จำนวน.............คน เป็นเงิน ................บาท
3. ค่าวิทยากร จำนวนเงิน 600 บาท/ชม. X .....ชม. เป็นเงิน.............บาท
4. ค่าอุปกรณ์ประกอบการให้ความรู้เข้าใจเรื่อง อาหารการกินที่เสี่ยงต่อการเป็นไต จำนวนเงิน.............บาท9 กรกฎาคม 2565 ถึง 9 กรกฎาคม 25651.00 บาท -
การพัฒนาพฤติกรรมหวาน เค็ม พอตัว และสร้างเมนู ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่ไต
การร่วมือกับนักโภชนาการเพื่อปรับปรุงให้ ประชาชนกลุ่มเบาหวานและความดันโลหิตสูง นักเรียนในโรงเรียน มัสดยิด หรือวัด
1.การทำน้ำสต๊อกเพื่อแทนการใช้ผงชูรส และเครื่องปรุง
2.แนะนำและออกแบบเมนูอาหารสำหรับโรงเรียน เพื่อชะลอไต
ค่าใช้จ่าย
1.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน.......คน X 600 บาท/ชม./คน เป็นเงิน...............บาท
2. ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท (ปรับได้ตามสภาพเศรษฐิกจของพื้ันที่) x จำนวน.............คน เป็นเงิน ................บาท
3. ค่าอาหารว่าง25 บาท (ปรับได้ตามสภาพเศรษฐกิจ) จำนวน.............คน เป็นเงิน ................บาท
4. ค่าอุปกรณ์ประกอบการให้ความรู้เข้าใจเรื่อง การทำน้ำสต๊อก และออกแบบมนูชะลอไต จำนวนเงิน.............บาท
5. ค่าเครืองวัดความเค็ม จำนวน 10 เครื่องX 1700 บาท เป็นเงิน 17,000 บาท28 กรกฎาคม 2565 ถึง 29 กันยายน 2565- โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีเมนูอาหารชะลอไต
- แม่ครัวและผู้ปรุงอาหารของ ศพด.และโรงเรียน สามารถออกแบบเมนูอาหารชะลอไต
1.00 บาท - โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีเมนูอาหารชะลอไต
