โครงการผู้สูงอายุสุขใจ สูงวัยมีคุณค่า รพ.สต.บ้านในเมือง ปีงบประมาณ 2565
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย ทำให้ประชากรในวัยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลให้ลักษณะครอบครัวไทยเปลี่ยนจากครอบครัวขยาย (Extend Family) ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear Family) ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดลง จำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวลดลง มีเวลาให้ผู้สูงอายุลดลง ขาดการให้ความรัก ความอบอุ่น แก่ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง จากการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุ ปี2565ทั้งหมด 1,308 คน แยกเป็นผู้สูงอายุ ติดสังคม 1,278 คน ติดบ้าน 25 คน ติดเตียง5 คน
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง การสูญเสีย สิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัว การสูญเสียตำแห่งหน้าที่การงาน การสูญเสียสถานภาพหรือบทบาททางสังคม ตลอดจนการสูญเสียการเป็นที่พึ่งของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงอายุ และหากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุว้าเหว่ มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคมเป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในเมือง จึงได้จัดทำโครงการผู้สูงอายุสุขใจ สูงวัยมีคุณค่า เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสังคม มีความรู้ แนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์การในท้องถิ่นต่อไป
-
เพื่อให้กลุ่มแกนนำอสม. เป็นพี่เลี้ยงให้กับแกนนำผู้สูงอายุ ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ค้นหาและคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้สูงอายุด้วยกัน แบบเพื่อนช่วยเพื่อน60.0048.00
มีจำนวนพี่เลี้ยงที่เป็นอสม. 1 ท่าน ต่อแกนนำผู้สูงอายุ 1-2คน
-
เพื่อให้ แกนนำ อสม.มีความรู้ในการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุและมีทักษะการให้คำแนะนำในเรื่องการดูแลและการปฏิบัติตัวแก่ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบ60.0048.00
อสม.แกนนำมีความรู้ ร้อยละ 80 หลังการอบรม โดยวิธีอบรมให้ความรู้
-
เพื่อจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้300.0090.00
ผู้สูงอายุ ร้อยละ 30 ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
-
กลุ่มผู้สูงอายุ300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรม
1.1.อบรมอสม.แกนนำ ประจำหมู่บ้าน หมู่ละ 10 คน ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600บาท จำนวน6ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600บาท ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.xจำนวน 1 มื้อ x จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท ค่าอาหารว่าง 25 บ.xจำนวน 2 มื้อ xจำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 9,600 บาท 1.2อบรมแกนนำผู้สูงอายุ ประจำหมู่บ้าน หมู่ละ 10 คน ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600บาท จำนวน6ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600บาท ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.xจำนวน 1 มื้อ x จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท ค่าอาหารว่าง 25 บาทxจำนวน 2 มื้อ xจำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน9,600บาท
16 มิถุนายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้สูงอายุมีทักษะและแนวทางการปฏิบัติตัวด้านสุขภาพในการดูแลตนเองได้
ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการรวจสุขภาพ และคัดกรองความเสี่ยง
19200.00 บาท -
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หมู่ละ 50 คน จำนวน 6 หมู่
-ตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 10 เรื่องในผู้สูงอายุ พร้อมแปรผล
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 6 วัน เป็นเงิน 10,800 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาทx 300คน เป็นเงิน 7,500 บาท
รวมเป็นเงิน 18,300 บาท
16 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผู้สูงอายุ
18300.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีทักษะและแนวทางการปฏิบัติตัวด้านสุขภาพในการดูแลตนเองได้
- ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการรวจสุขภาพ และคัดกรองความเสี่ยง
- มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผู้สูงอายุ
