โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิก อบต. ทุ่งนารี
-
นายสุชีพ รุ่นกลิ่น
-
นางอาภรณ์บุญแก้ว
-
นางปาริชาติ ชุมทอง
-
นางกุสุมา ชูแจ่ม
-
นางสาววิลาสินี หนูยัง
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)50.00
-
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน10.00
-
ร้อยละหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน30.00
โลกปัจจุบัน มีความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) และการเปลี่ยนเป็นสังคมยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ทำให้ประชาชนมีวิถีและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งมีรูปแบบชีวิตที่ยุ่งเหยิง เร่งรีบมากขึ้น การให้ความสำคัญกับการแข่งขัน และการทำงาน แต่มีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันลดลง โดยใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวน้อย และมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มมากขึ้น อาทิ การดูโทรทัศน์ การใช้โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การนั่ง การประชุม เป็นต้น ทั้งหมดนี้ส่งผลลบต่อสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งของประชาชนและประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย
สถาบันวิจัยประชากรและสังคมได้ศึกษาสุขภาพคนไทย ปี 2559 พบว่า การทำงานในระยะ 20 ปี ต่อจากนี้ ร้อยละ 44-46 ของแรงงานไทยจะเป็นประชากรรุ่นเจนวาย ซึ่งคนกลุ่มนี้รุ่นหลังมีแนวโน้มเข้าตลาดแรงงานช้าลง เนื่องจากใช้เวลาในการเรียนนานขึ้น แต่การศึกษาที่สูงนับว่าเป็นผลดีต่อตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทั้งนี้วัยเริ่มต้นทำงาน (อายุ 20 – 28 ปี) มีสัดส่วนที่เข้าสู่ระบบการจ้างงาน หรือมีสถานภาพเป็นลูกจ้างเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเอกชนเมื่อเทียบกับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และมีการทำงานในลักษณะช่วยกิจการในครอบครัวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนและการเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเองมีสัดส่วนที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด
ประชากรวัยทำงานเป็นกลุ่มวัยที่สำคัญต่อการพัฒนาครอบครัว สังคมและประเทศชาติ มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นผู้นำครอบครัว ต้องทำหน้าที่ดูแลวัยสูงอายุวัยเด็กและผู้พิการจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติปีพ.ศ. 2558 พบว่าประชากรวัยทำงานอายุ 15-59 ปีมีจำนวน 43 ล้านคนเป็นเพศหญิง 22 ล้านคนและเพศชาย 21 ล้านคนหรือประมาณ 66% ของประชากรทั้งหมด
ในปี 2555 พบว่าประชากรวัยทำงานทั้งที่อยู่ในภาคแรงงาน อยู่ในระบบและนอกระบบ มากกว่า 1 ใน 10 ของประชากรกลุ่มนี้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด (ร้อยละ 32.4) โรคเบาหวาน (ร้อยละ 21.1) โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง (ร้อยละ 18.7) อีกทั้งปัญหาสุขภาพในภาคการเกษตร มีอัตราป่วยโรคพิษสารกำจัดศัตรูพืช (รหัสโรค T600-T609) ปี 2555 เท่ากับ 16.88 ต่อประชากรแสนคนที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC) เพิ่มขึ้นจากปี 2554 (มีค่าเท่ากับ 15.31) คิดเป็นร้อยละ 10 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2555 อ้างถึงใน กระทรวงสาธารณสุข, 2557) สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคเรื้อรังเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมเช่นพฤติกรรมการบริโภคอาหารการออกกำลังกายการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นต้นโดยพบว่าร้อยละ 82.3 กินผักและผลไม้ไม่เพียงพอตามข้อแนะนำ และร้อยละ 18.5 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ(กรมอนามัย, 2559)
นอกจากนี้ การสํารวจประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จํานวน 53.8 ล้านคน พบว่าเป็นผู้ที่เล่นกีฬาหรือออกกําลังกายทั้งสิ้น 12.7 ล้านคน (ร้อยละ 23.7) ในจํานวนนี้เป็นผู้ที่ทํางาน 7.3 ล้านคน (ร้อยละ 57.3) ไม่ได้ทํางาน 5.4 ล้านคน (ร้อยละ 42.7) ของจํานวนผู้ที่เล่นกีฬาหรือออกกําลังกาย เมื่อพิจารณาผู้ที่เล่นกีฬาหรือออกกําลังกายตามภาวะการทํางาน พบว่า ภาพรวมอัตราการเล่นกีฬาหรือออกกําลังกายของกลุ่มผู้ที่ทํางานต่ำกว่ากลุ่มผู้ที่ไม่ได้ทํางาน (ร้อยละ 18.2 และ 36.7 ตามลําดับ) พบผู้ที่เล่นกีฬาหรือออกกําลังกาย มีคะแนนสุขภาพจิตสูงกว่าผู้ที่ไม่เล่นกีฬาหรือออกกําลังกาย (คะแนน 33.00 และ 31.75 ตามลําดับ) (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2554)
การเพิ่มการออกกำลังกายในพนักงานสามารถสร้างพนักงานที่มีสุขภาพดีเพิ่มผลผลิตของพนักงานและลดความเสี่ยงของพนักงานในการเกิดโรคเรื้อรังที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายและสร้างความเดือดร้อน พนักงานที่มีกิจกรรมทางกายจะมีต้นทุนการดูแลรักษาที่ต่ำกว่าลาป่วยไม่มาก และมีประสิทธิผลมากขึ้นในที่ทำงาน (Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health, n.d.) นายจ้างหลายคนเชื่อว่าการสร้างวัฒนธรรมด้านสุขภาพในที่ทำงานโดยการสนับสนุนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย จะสามารถช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพสูงไว้ได้
-
เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่50.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพิ่มพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน20.00
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
-
เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน35.00
ร้อยละหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน20
-
กลุ่มวัยทำงาน50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนงาน1 สิงหาคม 2565 ถึง 12 สิงหาคม 2565
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 15 ชุดๆละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 375 บาท
375.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์ และรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ
- ค่าไวนิลประชาสัมพันธ์ ขนาด 3 x 4 เมตร จำนวน 1 ผืนๆละ 1,800 บาท
1 สิงหาคม 2565 ถึง 12 สิงหาคม 25651800.00 บาท -
อบรมให้ความรู้และประเมินสภาวะสุขภาพ
- ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 1 คนๆละ 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600บาท
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 50 คนๆละ 25 บาท/มื้อ 2 มื้อเป็นเงิน 2,500บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 50 บาท/มื้อ 1 มื้อเป็นเงิน 2,500บาท
1 สิงหาคม 2565 ถึง 19 สิงหาคม 25658600.00 บาท -
ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
ค่าผู้นำออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงๆละ 300 บาท สัปดาห์ละ 3 วัน ไม่เกิน 4 สัปดาห์/เดือน รวม 2 เดือน 9 สัปดาห์ เป็นเงิน 8,100 บาท
ค่าเครื่องเสียง เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าเช่าเวทีในการนำเต้น 6,000 บาท
1 สิงหาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 256519100.00 บาท -
ประชุมสรุปโครงการ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 15 ชุดๆละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 375 บาท
30 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565375.00 บาท
- ประชาชนในตำบลทุ่งนารีได้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง มีการใส่ใจตัวเองในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 2.ประชาชนที่สนใจมีกิจกรรมทางกายโดยการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆเพิ่มขึ้น 3.ประชาชนอายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
- เพิ่มพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
