สังคมร่วมใจ ผู้สูงวัยเป็นสุข เทศบาลตำบลกำแพง ปี 2565
-
นายวิริยะ สงเกื้อ
-
นางมณี ลิปประภากร
-
นางศิริรัตน์ ดวงขวัญ
-
นางอุบล ด้วงชู
-
นางมณทา ศรีเทียบ
-
จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน)13.00
เพื่อสนับสนุนนโยบายการดำเนินงานของผู้สูงอายุ และเตรียมคนเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย กลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล จึงได้รวมตัวกันเพื่อดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและผู้ที่ย่างเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่เทศบาลตำบลกำแพง มีผู้สูงอายุจำนวน 958 คน คิดเป็นอัตราร้อยละ 13.14 ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 54 คน แยกเป็นผู้ป่วยติดบ้าน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 75 และเป็นผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 24 ของผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงทั้งหมด แต่จากข้อมูลผู้ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (CG และ อสบ.) ซึ่งมีอยู่จำนวน 5 คน อาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากมีจำนวนน้อยกว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็น (1 คน ต่อผุ้ที่มีภาวะพึ่งพิง 5-7 ) ประกอบกับในพ้นที่ดังกล่าว ยังมีผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน จำนวน 73 คนโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 102 คน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง การสร้างกลไกทางสังคม คือ ชมรมผู้สูงอายุ จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้สังคมผู้สูงอายุได้รับการดุแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามนโยบายการดูและผู้สูงอายุที่พึงประสงค์ตามเจตนารมณ์ ของกระทรวงสาธารณสุขในโอกาสต่อไป
-
1.เพื่อฟื้นฟูชมรมผู้สุงอายุเทศบาลตำบลกำแพง ให้สามารถบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุที่จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี0.001.00
เกิดชมรมผู้สุงอายุที่มีประสิทธิภาพ จำนวน 1 ชมรม
-
2.ผู้สุงอายุที่มีภาวะพึงพิงและผู้ป่วยติดเตียงได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม54.00108.00
เกิดการเยียมบ้านและดูแลผู้ที่มีภาวะพึงพิงและผู้ป่วยติดเตียง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามแผน care plan อย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง/คน
-
2. เพื่อสืบสานการนำภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านชมรมผู้สุงอายุ แและสืบทอดสู่เยาวนชนรุ่นต่อไป0.001.00
เกิดการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นสัญลักษณ์ของชมรมเพื่อขับเคลื่อนให้กับสมาชิกชมรมจำนวน1 กิจกรรม
-
4.เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ1.003.00
เกิดรูปแบบของกิจกรรมการออกกำลังกาย ของชมรมผุ้สุงอายุ อย่างน้อย 3 กิจกรรม เกิดบุคคลผู้สูงอายุต้นแบบ จำนวน 8 คน(ชุมชนละ 1 คน)
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ260
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง175
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ และพํฒนาศักยภาพคณะกรรมการชมรมฯ
1.จัดประชุมคณะกรรมการชมรม จำนวน 1 ครั้งต่อเดือน รวม 3 เดือน งบประมาณ ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่าง
อาหารกลางวัน 85x 15 x 3 เป็นเงิน 3,825 บาท
ค่าอาหารว่าง 25 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 15 คน X 3 ครั้ง ( 25x2x15x3) เป็นเงิน 2,250 บาท
รวมเป็นเงิน 6,075 บาท
15 กันยายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565เกิดคณะกรรมการชมรมที่คัดเลือกมาจากตัวแทนของุมชนและมีประธานคณะกรรมการบริหาร ชมรม ที่มีคุณภาพ ไม่เกิน 15 คน-
6075.00 บาท -
2. สำรวจสภาวะสุขภาพของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ และบันทึกข้อมูล
ค่าสำรวจและบันทึกข้อมูลและประเมินความเครียด ของสมาชิกชมรมจำนวน 261 คน คนละ 100 บาท เป็๋นเงิน 2ุ6,100 บาท จัดทำสื่อแผ่นพบการดูแลตนเองของผึุ้สูงอายุ จำนวน 1000ฉบับ ฉบับ ละ 2 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท จัดทำป้าไวนิล ให้กับกลุ่ม จำนวน 4 กลุ่ม เป็นเงิน 1,000 บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565ได้ข้อมูลสุขภาพและข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ จำนวน 261 คน
29100.00 บาท -
3. กิจกรรม เพื่อนเยี่ยมเพื่อน
ค่าเดินทางสำหรับเยี่ยมติดตามผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และผู้ป่วยติดเตียง 50 บาท/ผู้ที่มีภาวะพึงพิง 1 คนจำนวน 2 ครั้งรวม 5,400 บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการเยี่ยมและดูแล จำนวน คนละ 2 ครั้
5400.00 บาท -
4. สืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านชมรมผู้สูงอายุ
จัดทำดนตรีและบทเพลงเพื่อให้สมาชิกชมรมผู้สูงอายุได้ออกกำลังกาย จำนวน 1 ชุด ค่าจ้าง จำนวน 3,000 บาท
ค่าจ้างวิทยากร ฝึกการเต้นท่ารำ จำนวน 1,000 บาท / เดือน รวม 3,000 บาท
อาหารว่าง/เครื่องดื่มระหว่าง ฝึกซ้อม 200 บาท/ครั้ง รวม 10 ครั้งเป็นเงิน 2,000 บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565เกิดกิจกรรมการออกกำลังกายผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น จำนวน 1 ชุด
8000.00 บาท -
4. การเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายผ่านกิจกรรมการออกกำลังกายของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ
- คัดเลือกและรับสมัครผู้สูงอายุ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม การสร้างความแข็งแรงของกล้าวมเนื้อในผู้สูงอายุ ไม่ใช้งบประมาณ
- ค่าจ้างวิทยากร ผู้นำในการออกกำลังกายจำนวน 4 กลุ่ม กลุ่มละ 2,000 บาทต่อเดือนรวม 3 เดือน เป็นเงิน2,000 x3 เดือน x 4 กลุ่ม เป็นเงิน24,000 บาท
- ค่าวิทยากรให้ความรู้การดูแลสุขภาพแก่สมาชิกชมรมผู้สูงอายุ จำนวน กลุ่มละ 1 ครั้ง จำนวน 4 กลุ่ม เป็นเงิน 4,000 บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565สมาชิกชมรมผู้สูงอายุได้ออกกำลังกาย อย่าง น้อย ร้อยละ 80 ของสมาชิกทั้งหมด
28000.00 บาท -
5. ประกวดผู้สูงวัยสุขภาพดี (smart elderly)
-แต่ละชุมชนส่งตัวแทนผู้สูงวัย เข้าประกวด - ค่าตอบแทนกรรมการตัดสิน จำนวน 5 คน ๆ ละ 800 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท - ค่ารางวัลบุคคลต้นแบบ ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ
รางวัลที่ 1 จำนวน 3,000 บาท
รางวัลที่ 2 จำนวน 2,000 บาท
รางวัลที่ 3 จำนวน 1,000 บาท
รางวัลชมเชย 5 รางวัลละ 700 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิน 13,500 บาท1 ธันวาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565ได้บุคคลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพ จำนวน 8 คน
13500.00 บาท
1.เกิดชมรมผู้สูงอายุที่ประสิมธิภาพในการทำงานในพื้นที่
2.ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลได้อย่างเหมาะสม
3. ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายลดการบาดเจ็บจากการหกล้มซึ่งอาจเป๋็นอันตรายต่อชีวิตได้
4.สมาชิกชมรมผู้สุงอายุมีความเครียดลดลง
