โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2566
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน33.80
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง25.83
-
ร้อยละของประชาชนป่วยด้วยโรคเบาหวาน6.74
-
ร้อยละของประชาชนป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง16.26
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควบคุมน้ำตาลได้ดี38.60
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี51.66
โรคซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วย พิการ คุกคามชีวิตคนไทยที่สำคัญ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ดังจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุข ทุกระดับ ต่างแออัดไปด้วยผู้ป่วยโรคเหล่านี้ นับว่าเป็นภาระต่องบประมาณของประเทศในด้านการดูแลสุขภาพ เพราะต้องใช้ทั้งยา บุคลากร สถานที่และเครื่องมือแพทย์ต่างๆ เพื่อให้เพียงพอต่อการ ดูแลรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต จากการตรวจคัดกรองโรคในประชากรกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปใน ปี 2563 -2565 สามารถคัดกรองโรคเบาหวานครอบคลุมร้อยละ 91.13 ,91.03,91.02 ตามลำดับ และคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงได้ครอบคลุมร้อยละ90.91,90.33,90.17 ตามลำดับ พบว่า ประชากรที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 15.19 , 11.31 , 25.83อยู่ในกลุ่มสงสัยเป็นโรค คิดเป็นร้อยละ 13.58 , 8.01, 22.81 ประชากรที่มีภาวะเบาหวาน อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 33.88 , 32.64 , 33.80อยู่ในกลุ่มกลุ่มสงสัยเป็นโรค คิดเป็นร้อยละ 3.78 , 2.90 , 2.80 อัตราการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 15.41 , 16.00 ,16.26 อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ 6.10, 6.58 , 6.74 ในปี 2565มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ ร้อยละ 51.66 และผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ร้อยละ 36 .80 กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงประจำปี 2566 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยทีมแกนนำสุขภาพในชุมชน ตลอดทั้งได้รับการเสริมสร้างความรู้และทักษะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคได้รับการขึ้นทะเบียนกลุ่มเสี่ยง ได้รับความรู้ในการจัดการสุขภาพหรือการดูแลสุขภาพตนเอง ผู้ที่สงสัยป่วยได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง และป้องกันภาวะแทรกซ้อน สำหรับกลุ่มป่วยได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง สามารถเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนได้
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน20.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ตัวชี้วัดความสำเร็จ : ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิต ลดลง80.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิต ลดลง
-
เพื่อตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน70.00
ร้อยละการตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน>ร้อยละ70
-
เพื่อตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง70.00
ร้อยละการตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 70
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี50.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี >ร้อยละ 50
-
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี60.00
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี >ร้อยละ 60
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง55
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง45
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแกนนำเพื่อวางแผน ติดตามการดำเนินงาน สรุปโครงการ
1ประชุมแกนนำ จำนวน 53 คน -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าประชุมจำนวน 53 คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,325 บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผลลัพธ์ -กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
1325.00 บาท -
กิจกรรมอบรมแกนนำอสม.ในการดูแลโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง
กิจกรรมอบรมแกนนำอสม.ในการดูแลโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง กิจกรรมอบรมแกนอสม.ในการดูแลโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงจำนวน55 คน -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้ารับการอบรมและผู้จัด จำนวน 3 หมู่บ้านจำนวน 55 คน คน ๆ ละ 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท จำนวนเงิน 2,750 บาท -ค่าอาหารกลางวันผู้เข้ารับการอบรมและผู้จัด จำนวน 3 หมู่บ้านละ 55คนละ 1 มื้อ มื้อละ 70 บาท จำนวนเงิน 3,850 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร 6 ช.ม.ๆละ 300 บาท จำนวนเงิน 1,800 บาท1 สิงหาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566อสม.มีความสามารถ ในการคัดกรองโรค ดูแล เป้าหมายที่รับผิดชอบ คลอบคลุม
8400.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย
1.อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง/ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 45 คน -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 45 คน จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท -ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 45 คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 70 บาท เป็นเงิน 3,150 บาท -ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 2.อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 55 คน --ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 55 คน จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 2,750 บาท -ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 55 คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 70 บาท เป็นเงิน 3,850 บาท -ค่าสมนาคุณวิทยากรจำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ผลผลิต -กลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-กลุ่มเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดีขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ผลลัพธ์ -กลุ่มเสี่ยงมีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
15600.00 บาท -
ติดตามการดำเนินงาน สรุปโครงการ
ประชุม ติดตามการดำเนินงาน สรุปโครงการ จำนวน 53 คน -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าประชุมจำนวน 53 คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,325 บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 25661325.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิต 2.ประชากรกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 90 3.ประชาชนมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพของคนในชุมชน 4.กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 5.กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตได้รับการคัดกรองซ้ำ 6.กลุ่มเลี่ยงที่ผลการตรวจคัดกรองเสี่ยงอีกได้รับการส่งตัวรักษาต่อ 7.กลุ่มป่วย อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนลดลง
