โครงการรู้เท่าทัน ลดปัญหาสุขภาพจิตในชุมชนตำบลมะรือโบออก ปี 2566
-
นางสาวนูรฮายาตี สะมะแอ
-
นางสาวอุบลวรรณ เส่งสีแดง
-
นางรอตีป๊ะ ตะเย๊าะ
-
นางกลือซง แวบือซา
-
๕. นางนารีย๊ะ เจ๊ะเต๊ะ
-
4.00
จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบว่าในประชากร 4 คนจะมีผู้มีปัญหาสุขภาพจิต 1 คน และอีก 2 คนเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น เป็นญาติพี่น้อง คนในครอบครัว เป็นต้น สำหรับโรคทางจิตเวชประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคทางจิตทั้งหมดจำนวน 1,152,044 ราย ส่วนใหญ่จะเริ่มป่วยในช่วงปลายวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 15-35 ปี ซึ่งเป็นช่วงชีวิตของการทำ งานและการสร้างครอบครัว และจากการศึกษาดัชนีวัดความสูญเสียทางสุขภาพ หรือ DALYs พบว่า ในปี พ.ศ. 2562 คนไทยสูญเสียสุขภาวะ (DALYs) ทั้งที่ควรจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขภาพดี โดย 10 อันดับแรกสำหรับเพศชายมีโรคซึมเศร้าอยู่ในอันดับที่ 10 และในเพศหญิงโรคซึมเศร้าอยู่อันดับที่ 3 การสำรวจระดับชาติล่าสุดในปี 2561 พบคนไทยร้อยละ 14 หรือ 9 ล้านกว่าคนมีปัญหาสุขภาพจิตและในภาวะวิกฤต จากข้อมูลสถานการณ์ดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหา จึงสำรวจประชนชนที่มารับบริการใน รพ.สต มะรือโบออก พบว่า มีปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมทั้งการประกอบอาชีพของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเอง คนใกล้ชิดและครอบครัว หากมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดีและมีแนวทางในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตก็จะช่วยลดสถานการณ์ปัญหาและผลกระทบเหล่านี้ลงได้ ดังนั้น ทางชมรม อาสาสมัครสาธารณสุข ได้เล็งเห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตของคนในชุมชน จึงได้จัดที่โครงการ รู้เท่าทัน ลดปัญหาสุขภาพจิตในชุมชนตำบลมะรือโบออก ปี ๒๕๖๖ เพื่อส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ที่อาจเกิดแก่ประชาชนในชุมชนได้
จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบว่าในประชากร 4 คนจะมีผู้มีปัญหาสุขภาพจิต 1 คน และอีก 2 คนเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น เป็นญาติพี่น้อง คนในครอบครัว เป็นต้น สำหรับโรคทางจิตเวชประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคทางจิตทั้งหมดจำนวน 1,152,044 ราย ส่วนใหญ่จะเริ่มป่วยในช่วงปลายวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 15-35 ปี ซึ่งเป็นช่วงชีวิตของการทำ งานและการสร้างครอบครัว และจากการศึกษาดัชนีวัดความสูญเสียทางสุขภาพ หรือ DALYs พบว่า ในปี พ.ศ. 2562 คนไทยสูญเสียสุขภาวะ (DALYs) ทั้งที่ควรจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขภาพดี โดย 10 อันดับแรกสำหรับเพศชายมีโรคซึมเศร้าอยู่ในอันดับที่ 10 และในเพศหญิงโรคซึมเศร้าอยู่อันดับที่ 3 การสำรวจระดับชาติล่าสุดในปี 2561 พบคนไทยร้อยละ 14 หรือ 9 ล้านกว่าคนมีปัญหาสุขภาพจิตและในภาวะวิกฤต จากข้อมูลสถานการณ์ดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหา จึงสำรวจประชนชนที่มารับบริการใน รพ.สต มะรือโบออก พบว่า มีปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมทั้งการประกอบอาชีพของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเอง คนใกล้ชิดและครอบครัว หากมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดีและมีแนวทางในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตก็จะช่วยลดสถานการณ์ปัญหาและผลกระทบเหล่านี้ลงได้ ดังนั้น ทางชมรม อาสาสมัครสาธารณสุข ได้เล็งเห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตของคนในชุมชน จึงได้จัดที่โครงการ รู้เท่าทัน ลดปัญหาสุขภาพจิตในชุมชนตำบลมะรือโบออก ปี ๒๕๖๖ เพื่อส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ที่อาจเกิดแก่ประชาชนในชุมชนได้
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง ครอบครัว และประชาชนในชุมชม250.00
ร้อยละ ๘๐ ของประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง ครอบครัว และประชาชนในชุมชม
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครสาธารรณสุขในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต250.00
ร้อยละ๘๐ ของอาสาสมัครสาธารณสุขสามารถประเมินปัญหาสุขภาพจิต ของประชาชนในชุมชน
-
0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง45
-
ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุข10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ลงสำรวจในหมู่บ้านเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาสุขภาพจิต
-
1 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ประชาชนมีความร่วมมือ เข้าร่วมกิจกรรมแลกแปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิต ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน
0.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้ กิจกรรมย่อย
รายละเอียดกิจกรรม ๐8.30 น. - ๐9.00 น.- ลงทะเบียนเข้ารับการอบรม ๐9.00 น. - 10.00 น. – อบรมแนวคิดและความจำเป็นในการดูแลสุขภาพจิตของประชาชน (ตามช่วงชีวิตและกลุ่มโรคที่เจ็บป่วย) 10.00 น. - 10.15 น. - พักรับประทานอาหารว่าง 10.16 น - 12.00 น. – วิธีการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน 12.00 น. - 13.00 น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. – 14.๓๐ น. – ประเมินความเสี่ยงภัยสุขภาพจิต ความก้าวหน้าของโรคและการจัดการรวมถึงการบันทึกข้อมูล 14.30 น. - 15.30 น. – ประเมินความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขภาพจิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน 15.30 น. - 16.30 น. - ซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับความรู้และร่วมกันแสดงความคิดเห็น งบประมาณ 1.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เข้าอบรมจำนวน 55 คน x 60 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 3,300 บาท 2.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่เข้าอบรม จำนวน 55 คน x 25 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 2,750 บาท ๓.ค่าสมุด จำนวน 55 เล่ม x 15 บาทเป็นเงิน 825 บาท ๔.ค่าปากกา จำนวน 55 ด้าม x 5 บาท เป็นเงิน 275 บาท ๕.ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร 55 ใบ x 80 บาท เป็นเงิน 4,400บาท ๖.ค่าวิทยากร 5 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาm ๗.ค่าไวนิล ๑ ชุด x 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท รวมเป็นเงิน 15,050 บาท1 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง ครอบครัว และประชาชนในชุมชม ร้อยละ 80 อาสาสมัครสาธารณสุขสามารถประเมินปัญหาสุขภาพจิต ของประชาชนในชุมชน ร้อยละ 80
15050.00 บาท -
ศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
-
29 กันยายน 2566 ถึง 29 กันยายน 2566ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถประเมินตนเอง และครอบครัวได้
0.00 บาท
- ประชาชนในชุมชนสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติใช้กับตนเอง
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถประเมินสุขภาพจิตได้ด้วยตัวเอง
- ชุมชนลดการเกิดปัญหาสุขภาพจิต
