โครงการวัยรุ่นยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพห่างไกลยาเสพติดชุมชนโคกตา ปีงบประมาณพ.ศ. 2566
-
นางอัมมือเซาะสะมะแอ
-
นางสาวสารีมะห์ดาโอ๊ะ
-
นางกลือซงยีดิง
-
นางปาตีเมาะดือราแม
-
นางรอซีดะห์หะมะ
-
ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น15.00
-
ร้อยละของการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ในพื้นที่15.00
-
ร้อยละของประชาชนในชุมชนที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติด (ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน รวมกลุ่มมั่วสุม ติดเกมส์)20.00
-
เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น25.00
ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การคัดกรองสุขภาพ เบื้องต้น การค้นหาและทำฐานข้อมูลของผู้สูบ ดื่ม เสพในชุมชนที่ต้องการเลิก หรือ พยายามเลิกแล้วไม่สำเร็จ1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 25660.00 บาท
-
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และส่งเสริมการสร้างสมรรถนะแห่งตน/ทักษะชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ /ทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
1.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 50 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 25 บาท * 2 มื้อ
เป็นเงิน 2,500 บาท
3.ค่าวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 6 ชม.ๆละ 300 บาท ป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุที่ใช้ในการอบรม
-กระดาษสร้างแบบ จำนวน 20*3 บาท เป็นเงิน 60 บาท
-ปากกาเคมีจำนวน 1 โหลๆละ 150 บาท
-สมุดเล่มๆละ 10 บาท * 50 เล่ม
เป็นเงิน 500 บาท
-ปากกาด้ามละ 5 บาท * 50 ด้าม เป็นเงิน 250 บาท
-คลิปหนีบดำ เบอร์ 112 จำนวน 12 กล่อง *25 บาท เป็นเงิน 300 บาท
5.ค่าป้ายไวนิล จำนวน 1 แผ่น ราคา 750 บาท
รวมเงินทั้งสิ้น 10,610บาท
1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 256610610.00 บาท
1.ร้อยละของประชาชนในชุมชนที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติด (ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน รวมกลุ่มมั่วสุม ติดเกมส์) 2.ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้นลดลง 3.จำนวนผู้สูบบุหรี่รายใหม่ในกลุ่มเด็ก-เยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ลดลง
