วัยทำงานตำบลบือมังใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรค NCD ปีงบประมาณ 2566
-
นางสาวไซนะ เซ็งดี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
หลักการและเหตุผล โรคไม่ติดต่อเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังซึ่งมีความสำคัญด้านสาธารณสุข เนื่องจากโรคกลุ่มนี้มีผลต่อการป่วย พิการ และการตายก่อนวัยอันควรเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างกลุ่มโรคนี้ได้แก่ มะเร็ง เบาหวาน กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น โรคกลุ่มนี้มักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น การสูบบุหรี่ การบริโภคอาหารที่มีสัดส่วนไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกายและความเครียด ฯลฯ สถานการณ์โรคไม่ติดต่อในประเทศไทย พบแนวโน้มที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาวะเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับการหลั่งไหลของกระแสวัฒนธรรมตะวันตก ส่งผลให้แบบแผนการดำเนินชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะวัฒนธรรมการบริโภคอาหาร ซึ่งโรคเหล่านี้ไม่สามารถติดต่อไปสู่บุคคลอื่นได้ แต่สามารถเกิดขึ้นกับคนทุกคนได้เท่าเทียมกัน เมื่อคนๆนั้นมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หากประชาชนมีความรู้ในการปฏิบัติตัวและมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม รวมทั้งมีการตรวจสุขภาพหรือการคัดกรองค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น จะทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าว และจากผลการดำเนินงานควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบือมัง มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ต้องได้รับการคัดกรองเบาหวานจำนวน 1,567 ราย ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 1,487 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.89 และมีประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปต้องได้รับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง จำนวน 1,827 ราย ได้รับการคัดกรองจำนวน 1,737 ราย คิดเป็นร้อยละ 95.07 ซึ่งจากการตรวจคัดกรองพบผู้ป่วยรายใหม่ทุกปี และยังพบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 762 ราย คิดเป็นร้อยละ 43.87 และกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงอีกจำนวน 358 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.08 เป็นต้น ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบือมัง เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและเพื่อให้สอดคลองกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ต่อภาวะสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบือมัง จึงจัดทำโครงการวัยทำงานตำบลบือมังใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรค NCD เพื่อกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดอัตราเพิ่มของผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
-
1. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิสูงและเบาหวานได้อย่างถูกต้อง80.00
1.ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เรื่องการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างถูกต้อง และไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงเบาหวานรายใหม่ในปีงบประมาณ 256680.00
1.ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้องและไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานรายใหม่ของปีงบประมาณ 2566
-
3.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามการเจาะเลือดหาระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตสูงที่บ้าน80.00
1.ร้อยละ 80 ของเป้าหมายได้รับการติดตามการเจาะเลือดเพื่อหาระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตซ้ำที่บ้านภายใน 90 วันหลังเข้ารับการอบรม
-
กลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงป่วยโรค HT DM200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปีงบประมาณ 2566
กิจกรรม
ประชุมวางแผนและแต่งตั้งคณะทำงานในการจัดเตรียมโครงการ โดยคัดเลือดคณะทำงานจากอาสาสมัครตำบลบือมัง จำนวน 68 คน
อบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานจากการคัดกรองในปีงบ 2565 จำนวน 200 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 100 คน
๑.ลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย โดยแยกลงทะเบียนเป็นรายหมู่
๒.ให้ผู้เข้ารับการอบรมนั่งพักก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย ๑๕ นาที ก่อนเริ่มตรวจวัดความดันโลหิต เจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว หาดัชนีมวลกายแจ้งผลให้ผู้เข้าร่วมอบรมทราบทันที จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมสนใจที่จะเรียนรู้ต่อไป และใช้เปรียบเทียบประเมินผลการติดตามหลังการอบรม
๓.อบรมให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน การดูแลสุขภาพตัวเองตามหลัก 3อ.2ส.1ฟ ๑.อ.อาหาร ๒.อ.อารมณ์ ๓.อ.ออกกำลังกาย ๑.ส.สูบบุหรี่ ๒.ส.สุรา ๑.ฟ.การดูแลฟัน
งบประมาณ
-ค่าอาหารกลางวันผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 200 คน x มื้อละ 60 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 12,000 บาท
-ค่าอาหารว่างผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 200 คน x มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 12,000 บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 600 บาท x 6 ชั่วโมง x 2 วัน เป็นเงิน 7,200บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,200 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25661.ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการคัดกรองสุขภาพและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
2.ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมีความรู้และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในเรื่อง ๓ อ. ๒ ส.1ฟ 1 น
3.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีองค์ความรู้ในการป้องกันโรคและมีความรู้ในการดูแลตนเองเมื่อป่วยและลดภาวะแทรกซ้อน
31200.00 บาท -
กิจกรรมประชุมคณะทำงานในการติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
กิจกรรม
1.อบรมให้ความรู้แก่คณะทำงานเพื่อทบทวนแนวทางการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
2.ฝึกทักษะการใช้เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องเจาะหาระดับน้ำตาลในเลือดที่ถูกต้อง
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 68 คน x มื้อละ 60 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,080 บาท
ค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 68 คน x มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 4,080 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25661.ทีมติดตามกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจวัด คัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยใช้เครื่องวัดความดันและเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดได้ตามเทคนิค วิธีการที่ถูกต้องและปลอดภัย
8160.00 บาท -
คณะทำงานลงติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
กิจกรรม
1.ทีมคณะทำงานลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตรวจวัดหาระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตซ้ำ ภายใน 90 วันหลังจากอบรม พร้อมให้คำแนะนำ
งบประมาณ
- ค่าตอบแทนคณะทำงานในการลงพื้นที่ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิสูงและเบาหวาน จำนวน 68 คน x 100 บาท เป็นเงิน 6,800 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25661.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานที่ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการติดตามประเมินภาวะสุขภาพภายใน 90 วันหลังอบรม
6800.00 บาท -
ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและคัดเลือกบุคคลต้นแบบ
กิจกรรม
-ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและคัดเลือกบุคคลต้นแบบพร้อมมอบใบเกียรติบัตร หมู่ละ 1 คน
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 68 คน x มื้อละ 30 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 2,040 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีบุคคลต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ หมู่ละ 1 คน
2040.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายในชุมชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงด้วยโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวาน 2.ชุมชนสามารถป้องกันตนเองจากโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวาน
