เด็กปฐมวัยฟันดี ยิ้มสวยสดใสในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลแป-ระ ปีงบประมาณ 2566
โรคฟันผุเป็นโรคที่พบมากในเด็กปฐมวัย ปัจจุบันโรคฟันผุในเด็กเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือนและพบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1 - 3 ปี การที่เด็กมีฟันที่ผุทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่น เด็กไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ นอนไม่หลับ และสูญเสียพลังงานเพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อในช่องปาก ส่งผลให้ร่างกายของเด็กเจริญเติบโตไม่เต็มที่เกิดภาวะเตี้ยแคระแกร็น และมีเส้นรอบวงสมองเล็กกว่าเด็กปกติได้ (สำนักงานทันตสาธารณสุขกรมอนามัย, 2556)รอยยิ้มที่สดใสของเด็กบ่งบอกถึงการมีสุขภาพดีและรอยยิ้มที่สดใสจำเป็นต้องมีฟันสีขาวสะอาดไม่ผุเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพฟันดีต้องเริ่มจากฟันน้ำนม เพราะฟันน้ำนมทำหน้าที่หลักในการบดเคี้ยวอาหาร เป็นตัวกระตุ้นให้ขากรรไกรมีการเจริญเติบโตที่เหมาะสมให้ฟันแท้สามารถขึ้นได้ ทั้งยังช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านภาษา ทำให้เด็กพูดได้ชัดเจน และเพิ่มความสวยงามให้แก่ใบหน้าของเด็กอีกด้วย
จากผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของจังหวัดสตูล ปีงบประมาณ 2565 พบว่า เด็กกลุ่มอายุ 3ปี มีฟันผุในฟันน้ำนม ร้อยละ 24.04 ในส่วนของตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ พบว่า ในกลุ่มเด็กอายุ3 ปี มีฟันน้ำนมผุ ร้อยละ 21.24 (HDC สตูล, 2565)จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเด็กปฐมวัยของตำบลแป-ระมีปัญหาฟันน้ำนมผุสูง สาเหตุหลักมักเกิดจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง อาหารการกิน นมที่เด็กดื่มจะเป็นรสหวาน การที่เด็กดื่มนมจากขวดแล้วเด็กก็มักจะหลับคาขวดนมการแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธี การขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากและการขาดความร่วมมือจากผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลานตนเองซึ่งแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ ควรเน้นไปที่การป้องกันการเกิดโรคฟันผุโดยต้องมีการตรวจคัดกรองฟันผุตั้งแต่เริ่มแรก และการฝึกทักษะผู้ปกครอง พี่เลี้ยงเด็ก ในการดูแลสุขภาพช่องปาก การแปรงฟันที่ถูกวิธี การเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมและมีประโยชน์ การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและการเลี้ยงลูกด้วยนมขวดที่ถูกวิธีจะสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแป-ระ จึงได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงจัดทำโครงการเด็กปฐมวัยฟันดี ยิ้มสวยสดใสในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลแป-ระ ปีงบประมาณ 2566 ปีงบประมาณ 2566 ขึ้น เพื่อลดความเสี่ยง ป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก สร้างความตระหนักให้แก่ผู้ปกครองให้ได้รับทราบปัญหาและวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กอย่างต่อเนื่องและทำให้เด็กทันตสุขภาพที่ดีขึ้นต่อไป
-
1 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองมีความรู้ด้านทันตสุขภาพที่ถูกต้อง0.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ด้านทันตสุขภาพในระดับสูง
-
2 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองมีทัศนคติด้านทันตสุขภาพที่ดี0.00
2 ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติด้านทันตสุขภาพในระดับดี
-
3 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองมีทักษะด้านทันตสุขภาพที่ถูกต้อง0.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติด้านทันตสุขภาพในระดับดี
-
4 เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพอย่างเหมาะสมตามสภาพแวดล้อม0.00
ร้อยละ 80 ของเด็กอายุ 3 -5 ปี ได้รับการทาฟลูออไรด์
ปีละ 2 ครั้ง
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน161
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้และฝึกทักษะด้านทันตสุขภาพ
-ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1 x 3 เมตร จำนวน 1 ป้ายเป็นเงิน 450 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 161 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อเป็นเงิน 4,025 บาท - ค่าเอกสารประกอบการอบรมจำนวน 161 ชุด ชุดละ 10 บาทเป็นเงิน 1,610 บาท - ค่าแปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับเด็ก จำนวน 161 ชุดๆ ละ 35 บาทเป็นเงิน 5,635 บาท
27 ธันวาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566เด็กมีสุขภาพช่องปาดที่ดี
11720.00 บาท -
ประกวดหนูน้อยฟันสวย
สีไม้ จำนวน 9 กล่องๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 315 บาท
กระดาษ จำนวน 1 รีมๆ ละ 125 บาท เป็นเงิน 125 บาท
ดินสอ จำนวน 3 กล่องๆละ 200 บาท เป็นเงิน 600 บาท
27 ธันวาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับการส่งเสริมป้องกันและเฝ้าระวังทันตสุขภาพอย่างเหมาะสมตามสภาพแวดล้อม
1040.00 บาท
- กลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปาก
- กลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองมีทักษะในการแปรงฟันที่ถูกวิธี
- เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับการส่งเสริมป้องกันและเฝ้าระวังทันตสุขภาพอย่างเหมาะสมตามสภาพแวดล้อม
