โครงการเต้นระบำรำไทยใส่ใจสุขภาพ ชุมชนบ้านคลองหวะ 3
-
นางเสาวภา คงมงคล
-
นางจำเรือง บุญเลิศ
-
นางสุนีย์ พัฒโน
-
นางสาวอารีย์ บุญวรรณโณ
-
นางพรทิพย์ สัตยารักษ์
-
ร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีค่า BMI ตามเกณฑ์มาตรฐาน0.00
-
ร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพจิตที่ดี0.00
การออกกำลังกายด้วยการ ฟ้อนรำ เป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะร่างกายตามเสียงเพลง ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ข้อต่อต่างๆ ตลอดจนกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้ทำงาน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นท่าทางฟ้อนรำแบบไหน เช่น การฟ้อนรำที่ประยุกต์เรื่องนาฏศิลป์เข้าไป ซึ่งเรียกได้ว่าทุกๆ รูปแบบของการออกกำลังกายด้วยท่าร่ายรำ ล้วนมีประโยชน์ ไม่ว่าจะหัว ตา ไหล่ แขน นิ้ว ลำตัวที่ต้องโยกย้ายไปตามเสียงเพลง รวมถึงการเคลื่อนไหว ขณะที่ต้องสลับขาเปลี่ยนท่า เรียกว่าได้ออกกำลังกายแทบทุกส่วน ที่สำคัญยังมีการศึกษาวิจัย การรำไทย จะมีผลต่อสมอง คือ ทำให้สมองได้ใช้งาน ในการจดจำท่าการเดิน และการย่างก้าวขณะฟ้อนรำ เป็นต้นว่าท่านี้จะเดินหน้ากี่ก้าว เมื่อสมองได้ใช้งานก็จะช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้ เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่พัฒนาทั้งด้านร่างกายและสมองไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งยังทำให้รูปร่างและทรวดทรงกระชับ มีการทรงตัวที่ดี อีกทั้งการเคลื่อนไหวร่างกายก็ยังสามารถช่วยเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป จะช่วยลด โรค NCD หรือโรคติดต่อไม่เรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง ฯลฯ นอกจากนี้ยังช่วยคลายเครียด ดังนั้น ชุมชนบ้านคลองหวะ 3 จึงได้จัดทำโครงการเต้นระบำรำไทย ใส่ใจสุขภาพชุมชนบ้านคลองหวะ 3 เพื่อสร้างความแข็งแรง ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้กับประชาชนชุมชนบ้านคลองหวะ 3
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีค่า BMI ตามเกณฑ์มาตรฐาน0.0050.00
ร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีค่า BMI และรอบเอวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพจิตที่ดี0.0080.00
ร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพจิตที่ดี (ตามแบบประเมินความสุขคนไทย ของกรมสุขภาพจิต)
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมประชุมคณะทำงาน
- ประชุมคณะทำงาน เพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินงานโครงการ
- ประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ช่องทางต่างๆ เช่น กลุ่มไลน์ เว็บไซต์เทศบาล
ค่าใช้จ่าย
1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 500 บาทถึง500.00 บาท - ประชุมคณะทำงาน เพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินงานโครงการ
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้
- ประเมินภาวะสุขภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) วัดรอบเอว ก่อนเข้าร่วมโครงการ
- ประเมินสุขภาพจิตของผู้เข้าร่วม (ตามแบบประเมินความสุขคนไทย ของกรมสุขภาพจิต)
- มอบสมุดบันทึกสุขภาพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อบันทึกข้อมูลสุขภาพ เดือนละ 1 ครั้ง
- ให้ความรู้เรื่องประโยชน์และท่าทางพื้นฐานของการรำไทย
ค่าใช้จ่าย
1. ค่าป้ายไวนิล จำนวน 1 ผืน ขนาด 2 x 2.4 เมตร x 150 บาท เป็นเงิน 720 บาท
2. ค่าสมุดบันทึกสุขภาพ จำนวน 20 เล่ม x 20 บาท เป็นเงิน 400 บาท
3. ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 600 บาท x 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท
4. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (รวมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง) จำนวน 30 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 750 บาทถึง3670.00 บาท - ประเมินภาวะสุขภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) วัดรอบเอว ก่อนเข้าร่วมโครงการ
-
กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการเต้นระบำรำไทย
- จัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพโดยการเต้นระบำรำไทย สัปดาห์ละ 3 วัน
ค่าใช้จ่าย
1. ค่าตอบแทนผู้นำออกกำลังกาย จำนวน 1 คน x 300 บาท x 66 วัน (3 วัน/สัปดาห์) เป็นเงิน 19,800 บาทถึง- มีแผนในการดำเนินงานโครงการ1. ได้ออกกลำงกายอย่างต่อเนื่อง
19800.00 บาท - จัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพโดยการเต้นระบำรำไทย สัปดาห์ละ 3 วัน
-
กิจกรรมสรุปผลการดำเนินงานโครงการ
- สรุปผลการดำเนินงานตามแผนโครงการพร้อมแบบรายงานส่งให้กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองคอหงส์
ค่าใช้จ่าย
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 500 บาท
ค่าจัดทำเอกสารสรุปโครงการ เป็นเงิน 1,000 บาท
ถึง1500.00 บาท - สรุปผลการดำเนินงานตามแผนโครงการพร้อมแบบรายงานส่งให้กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองคอหงส์
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเพิ่มขึ้น
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
