โครงการ รู้สู้โรค คนสูงวัยสุขภาพดีบ้านพรุหมาก-เกาะครก
-
นายหาหมัดบูเอียด
-
นางเสาด๊ะนิหะ
-
นางซาราสุภัทรสมัย
-
นางอีเสาะ ใจดี
-
นางฝาตีเม๊าะอิแอ
ปัจจุบันประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และอีก 9 ปีข้างหน้า ในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society)มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งประเทศ จากสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้มีผู้สูงอายุ “กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง” ประมาณ 3% หรือ 4 แสนคน จากผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้าน โจทย์ใหญ่คือจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือวางโครงสร้างกับสังคมผู้อายุระยะยาวซึ่งการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุพบความหลากหลายในชีวิตประจำวัน ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ รายได้ไม่เพียงพอ ไม่มีหลักประกันสุขภาพ สภาพแวดล้อมในบ้านและสังคมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานชีวิต เช่น ได้รับการศึกษาที่ไม่สูง ไม่รู้วิธีการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการต่างๆ นโยบายไม่ตอบโจทย์ต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน และในอีก 20 ปีข้างหน้าพบผู้สูงอายุมีแนวโน้มครองโสด ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก หรือมีลูกน้อยลง การจัดทำนโยบายดูแลคุณภาพชีวิตให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะในอนาคตจะมีผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางทางเศรษฐกิจและสุขภาพ 7 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุที่ผู้พิการ-ทุพพลภาพ ,ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม,ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง-ไร้บ้าน,ผู้สูงอายุยากจน,ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสถานะบุคคล,ผู้สูงอายุที่ย้ายถิ่นกลับบ้าน,ผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ
กลุ่มหรือชมรมผู้สูงอายุในระดับหมู่บ้านหรือชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญที่มีบทบาทสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุเนื่องจากมีความใกล้ชิด เข้าใจสภาพปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ รวมถึงสามารถเข้าถึงและพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชนได้ดีที่สุด
ชมรมผู้สูงอายุพรุหมาก-เกาะครก ได้ตระหนักถึงคุณค่าและสุขภาพของผู้สูงอายุ เข้าใจสภาพปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุในทุกๆด้าน ดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของผู้สูงอายุ การต่อยอดพัฒนาชมรมผู้สูงอายุ ไปสู่เป้าหมาย ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมนำกิจกรรมต่างๆในชุมชนเกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในการดำเนินงานกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ80.00
การเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุในชมรมสัดส่วนร้อยละ ๘๐
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพของตนเองเบื้องต้นได้80.00
มีการดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 6 ครั้ง
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยได้รับการตรวจประเมินภาวะสุขภาพ และสามารถดูแลตนเองได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ100.00
ร้อยละ 100 ของสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพพึงประสงค์ปีละ 1 ครั้ง
-
กลุ่มผู้สูงอายุ50
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ค่าอาหารว่าง 25 บ. X 50 คนx 6 ครั้ง = 7,500บ.
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ จำนวน 2,000 บาท
ค่าวัสดุ สาธิตในการอบรม =1,500 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 0.8 เมตร จำนวน 1 ป้าย = 300 บ.
- ค่าเอกสารสรุปโครงการ จำนวน 300 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 256611600.00 บาท -
2 กิจกรรมประกวดรู้สู้โรค ผู้สูงอายุสุขภาพดี
- ค่าเกียรติบัตรเชิดชูต้นแบบผู้สูงอายุสุขภาพดี จำนวน 35 ชุดๆละ 35 บาท เป็นเงิน 1,225บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 25661225.00 บาท -
กิจกรรมจิตอาสาเยี่ยมบ้านเยี่ยมใจ
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ จำนวน 3,000 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25663000.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีความรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมนำกิจกรรมต่างๆในชุมชนเกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในการดำเนินงานกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุมีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพของตนเองเบื้องต้นได้
- ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีทุกคน
