โครงการ เยาวชนอาสาป้องกันภัยยาเสพติด (ในรั้วโรงเรียน)
-
นางสาวไลดา แวมะ
เยาวชน คืออนาคตของชาติ ปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤต จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่ได้เริ่มแพร่ระบาดและกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าวิตก การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นภาระงบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการเสพยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจและเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง และปัญหายาเสพติดได้นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัวและอาชญากรรมต่างๆในสังคม เช่น การลักขโมย ฉกชิงวิ่งราวและการก่อปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมาอีกมากมาย ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐบาลได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามยุทธศาสตร์ 5 ป้องกัน คือ 1. รั้วชายแดน2. รั้วชุมชน 3. รั้วสังคม 4. รั้วครอบครัว และ 5. รั้วโรงเรียนซึ่งจากทั้ง 5 รั้วป้องกันนี้ จะเห็นได้ว่า รั้วชุมชน และรั้วโรงเรียน เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นรากฐานและเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ชมรมญาลันนันบารู ตำบลมูโนะจึงได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเห็นว่าทุกภาคส่วนของสังคมควรมีบทบาทในการแก้ปัญหาร่วมกัน การปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานภาครัฐรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ และจะทำให้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ถือโอกาสจัด โครงการ เยาวชนอาสาป้องกันภัยยาเสพติด (ในรั้วโรงเรียน) ขึ้น เพื่อเป็นการสนองต่อนโยบายรัฐบาล ในการนำสังคมไทยไปสู่สังคมที่พึ่งปรารถนา คือสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน
-
เพื่อให้เยาวชนนักเรียนได้รับรู้และรับทราบถึงปัญหาและพิษภัยของยาเสพติด5.0010.00
ร้อยละของเยาวชนนักเรียน ได้รับความรู้และทราบปัญหาและพิษภัยของยาเสพติดเพิ่มขึ้น
-
เพื่อสร้างผู้นำเยาวชนในการต่อต้านและป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดใน สถานศึกษาและชุมชน5.0010.00
ร้อยละผู้นำเยาวชนในการต่อต้านและป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชนเพิ่มขึ้น
-
เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและร่วมแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม0.00100.00
ร้อยละของเยาวชนเข้าร่วมการแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
-
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายจิตใจให้กับเยาวชน ไม่ตกยาเป็นทาสของอบายมุขด้วยวิถีแห่งหลักธรรม0.00100.00
พัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายจิตใจให้กับเยาวชน ไม่ตกยาเป็นทาสของอบายมุขด้วยวิถีแห่งหลักธรรม
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
คณะทำงาน10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรม
1.ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าอบรมและทีมงาน จำนวน 60 คนX 50 บาท X 2 วัน เป็นเงิน 6,000 บาท 2. ค่าอาหารเย็นผู้เข้าอบรมและทีมงาน จำนวน 60 คน X 50 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
3.ค่าอาหารเช้า วันที่ 2 ผู้เข้าอบรมและทีมงาน จำนวน 60 คน × 50 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
4.ค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 50 คน × 25 บาท × 2 มื้อ × 2 วัน เป็นเงิน 5,000 บาท 5.ค่าวัสดุอบรม - ค่าวัสดุอบรม จำนวน 50 x 50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท - ค่าเอกสารสรุปผลการดำเนินงานโครงการ เป็นเงิน 400 บาท 6. ค่าตอบแทนวิยากร จำนวน 2 คน ×9 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 10,800 บาท
7. ค่าป้ายไวนิลโครงการขนาด 1.5 × 2.4 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน900 บาท 8. ค่าจ้างแรงงานจัดสถานที่ เป็นเงิน 2,000 บาท1 มกราคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 256633600.00 บาท
1.ผู้เข้าอบรมได้ร่วมรณรงค์ให้เยาวชนและประชาชนรับรู้และทราบถึงปัญหาและพิษภัยของยาเสพติด
2.ผู้เข้าอบรมสามารถเป็นแกนนำในการป้องกันและต่อต้านการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชน
3.ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายจิตใจ ไม่ตกเป็นทาสของอบายมุข
4.ได้ร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
