-
นางพัชรี นุ้ยผผอม
-
นางจิราวดี มุสิก
-
นางสาวปาณิตา พรหมวิจิตร์
เนื่องจากความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรตลอดจนพฤติกรรมการอุปโภคบริโภคของคนเราได้เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยใช้ตะกร้าเวลาไปจ่ายตลาด ใช้ปิ่นโตใส่อาหาร ใช้ใบบัวหรือใบตองห่ออาหาร แต่ปัจจุบันมีการใช้สินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์จำพวกพลาสติก โฟม แก้ว กระดาษโลหะ อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดมูลฝอยสูงขึ้นตามไปด้วย ผลกระทบที่ตามมา มีทั้งความสูญเสียทางด้านสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ ดินเสื่อมสภาพความเสียหายจากเหตุรำคาญส่งกลิ่นเหม็นรบกวนรวมถึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์พาหนะนำโรค ความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจและสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งประชาชนยังให้ความสนใจในการปฏิบัติตัวด้านสุขภาพอนามัยไม่ดีเท่าที่ควร ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาด้านสุขภาพอนามัยมักจะอยู่ในกลุ่มที่มีสถานะทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีพอ จึงทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางอาหารและน้ำ เช่น โรคอุจจาระร่วง บิด อาหารเป็นพิษ ไทฟอยด์ และโรคที่เกิดจากสัตว์นำโรค เช่น โรคไข้เลือดออก เลปโตสไปโรซีส ปัญหาการเกิดโรคในชุมชนประกอบด้วยองค์ประกอบหลายด้าน เช่นสภาพแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้มีแหล่งเพาะพันธุ์แมลงนำโรคและที่อยู่อาศัยสัตว์นำโรคกระจายอยู่ทั่วไป ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้าม ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรจัดทำโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมคิดหาแนวทาง สร้างแบบแผนการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อรักษาสภาพอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมป้องกันการเกิดโรคติดต่อในชุมชนและลดอัตราป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหารและโรคที่แมลงและสัตว์เป็นพาหะนำโรค จึงจัดโครงการดังกล่าวขึ้น
-
1.เพื่อปลูกฝังสร้างจิตสำนึกในการลดปริมาณขยะมูลฝอยใน ชุมชน 2.เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับขยะประเภทต่างๆ ตลอดจนทราบถึงปัญหาและ ผลกระทบที่เกิดจากขยะ 3. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวิธีการลดปริมาณขยะ วิธีการคัดแยก และการนำกลับมาใช้ใหม่ 4. เพื่อให้มีความรู้และสามารถนำวิธีการกำจัดขยะประเภทต่างๆ มาใช้ได้อย่าง ถูกต้อง และบริหารจัดการขยะด้วยตนเอง 5. เพื่อลดปริมาณขยะในชุมชน85.00
1.ประชาชนมีจิตสำนึกเกียวกับการคัดแยกขยะ
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง/การจัดการขยะแบบ3Rs/สาธิตการจัดการขยะเปียกครัวเรือนด้วยวิธีถังขยะอันทรีย์ฝังดิน
- บรรยายให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง
- บรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบ 3Rs
- สอน/สาธิตการคัดแยกประเภทขยะแต่ละชนิด
- สอน/สาธิตการคัดแยกขยะรีไซเคิลเพื่อการจำหน่าย
- สาธิตการจัดการขยะเปียกครัวเรือนด้วยวิธีถังขยะอันทรีย์ฝังดิน
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลคลองใหญ่จำนวน 20,000 บาท(สองหมื่นบาทถ้วนบาทถ้วน) รายละเอียดดังนี้ - ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 50 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70 บาทเป็นเงิน 3,500 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 50 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท - ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชม.ๆละ 600 บาทจำนวน 2 เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าชุดถังขยะตัวอย่างเป็นเงิน 9,900 บาท - ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด เป็นเงิน 500 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น สองหมื่นบาทถ้วนบาทถ้วน(ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้)
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 256620000.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 รณรงค์ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะในครัวเรือน
การจัดการตามหลัก 3Rs ได้แก่
การคัดแยกขยะตามประเภทขยะ ดังนี้
ป้ายรณรงค์ให้ความรู้การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี
ประชาสัมพันธ์พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะทุกประเภทอย่างถูกวิธีตามช่องทาง
ต่างๆ เช่น เสียงตามสายในชุมชนทุกวันศุกร์ประชุมประจำเดือนชาวบ้าน เป็นต้น
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 25660.00 บาท
- ประชาชนทราบถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากขยะ และมีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสำคัญในการลดปริมาณและคัดแยกขยะ
- ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะที่ต้นทาง การจัดการขยะแบบ 3Rs การนำกลับมาใช้ใหม่ วิธีการกำจัดขยะประเภทต่างๆ อย่างถูกวิธี และสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดผลได้จริง
- บ้านเรือนในชุมชน เป็นบ้านเรือนที่ถูกหลักสุขาภิบาลและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี
- ประชาชนสามารถบริหารจัดการตนเองในการคัดแยกขยะ ขยะในชุมชนมีปริมาณลดลง
