โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำและส่งเสริมความรอบรู้สู่สุขภาพดีวิถีใหม่ โดยใช้หลักสูตร 7 สัปดาห์สุขภาพดีหุ่นดี ที่บ้านในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี
-
กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลตะโหมด
ในปัจจุบันประเทศไทยมีความเสี่ยงและเป็นระดับประเด็นที่ท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส 2019 (COVID-19) และโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีความจำเป็นที่ต้องเร่งสร้างความรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนเพื่อให้ประชาชนสามารถจัดการสุขภาพของตนเองได้ ประชาชนไทย เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น ทั้งโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเกิดจากที่มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จาการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนวัยทำงานอายุ 15 ปี ขึ้นไป มีพฤติกรรมกินผักผลไม้ต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำเพียงร้อยละ 25.9 มีดัชนีมวลกาย (ฺBMI) อยุ่ในเกณฑ์ปกติเพียงร้อยละ 36.43 มีภาวะอ้วน ร้อยละ 37.5 พบโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 24.7 โรคเบาหวานร้อยละ 8.9 ภาวะไขมันในเลือดสูงร้อยละ 16.4 และจากการสำรวจระดับกิจกรรมทางกายในประชากรไทย โดยศูนย์พัฒนาองค์กรความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) พบว่า ในปี2563ประชากรวันทำงาน (อายุ 18-59 ปี) มรกิจกรรมมางกายเพียงพอลดลงเหลือร้อยละ 54.7 จากที่ปี 2562 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอร้อยละ 74.6 และจากการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมประชาชนไทยวันทำงาน (15-59 ปี) มีความรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส. อยู่ระดับไม่ดีร้อยละ 49 จึงอาจส่งผลให้ระดับออกกำลังกาย และพฤติกรรมการจัดการความเครียด จากการคัดกรองสุขภาพของประชาชนในเขตโณงพยาบาลตะโหมด ปี 2565 พบว่า มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 821 ราย และกลุ่มเสี่ยงโรคคสามดันโลหิตสูง จำนวน 661 ราย (ระบบ HHC กระทรวงสาธารณสุุข 2565 ) จาการศึกษาประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนวัยทำงาน ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพและเข้าใจข้อมูลด้านสุขภาพ พบว่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.13 และ 4.16 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับดีมาก สำหรับการประเมินข้อมูลและบริการสุขภาพ และการประยุกต์ใช้ข้อมูลและบริการสุขภาพ พบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.80 และ 3.93 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับดีและการประเมินพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน พบว่า ประชาชนทำงานส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมการจัดการความเครียด การสูบบุหรี่ และการดื่มสุราพบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.16 4.47 และ 6.29 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับดีมาก สำหรับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 พบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.60 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับดี พฤติกรรมการบริโภคอาหารและการการออกกำลังกาย พบค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.37 และ 3.28 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับพอใช้ (โสรยา มีหมื่นผล 2565) ฉะนั้นเพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมการดูแลสุภาพที่เหมาะสม จึงต้องยกระดับความรอบรู้ดเ้านสุขภาพให้กลุ่มคนดังกล่าว สามารถเข้าถึงเข้าใจข้อมูลความรู้เด้านสุขภาพ และตัดสินใจจัดการสุขภาพตนเองให้มีสุขภาพ และการตัดสินใจจัดการสุขภาพตนเองให้สุขภาพดีได้ นำไปสู่การสร้างผลผลิต สร้างรายได้ครัวเรือนสร้างสังคมแห่งความสุข เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ตอบสนองต่อการขับเคลื่อนเศรษกิจของประเทศชาติให้มีความมั่นคง มั่นคั่ง ยังยืน กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลตะโหมด ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ บริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันและควบคุมโรค ฟื้นฟูสภาพ และให้บริการรักษษโรคเบื่องต้นในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแม่ขรี ตระหนักถึงความสำคัญที่ดูแลสุขภาพแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับที่ถูกต้องเหมาะสม มีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลี่งลดลง ในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี ปีงบประมาณ 2566 ขึ้นเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้
-
1.เพื่อสร้างเสริมศักยภาพแกนนำดีวิถีใหม่ในชุมชนโดยใช้หลักสูตร 7 สัปดาห์สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน0.00
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และแนวทางในการปรับเปลี่ยพฤติกรรมสุขภาพอย่างถูกต้อง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
2.เพื่อส่งเสริมความรอบรู้สู่สุขภาพดีวิถีใหม่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม0.00
2.กลุ่มเป้าหมายเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคที่เหมาะสม เพิ่มขึ้นร้อยละ 20
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 จัดทำโครงการ/ขออนุมัติโครงการจากคณะกรรมการกองทุนพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินกองทุนเพื่อสนับสนุน โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำและส่งเสริมความรอบบรู้สู้งสุขภาพดีวิถีใหม่ โดยใช้หลักสูตร 7 สัปดาห์สุขภาพดีหุ่นดี ที่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี
1.2ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่สนใจ อาศัยอยุ่ในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี ที่มีดัชนีมวลกาย(ฺBMI)เกิน 23 เข้าร่วมโครงการ
12 มกราคม 2566 ถึง 31 มกราคม 25660.00 บาท -
2.ขั้นดำเนินการ
1.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำแลัส่งเสริมความรอบรู้สู่สุขภาพดีวิถีใหม่ โดยใช้หลักสุตร 7 สัปดาห์สุขภาพดี
2.มอบหมายภารกิจพิชิตสุขภาพดี และติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 สัปดาห์ ผ่านไลน์กลุ่ม
3.ถอดบทเรียนและสรุปผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลักสูตร 7 สัปดาห์สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน
- สรุปผลการดำเนินงานโครงการ ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมจ้อเสนอแนะทางแก้ไข้
31 มกราคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566-ประชุมเชิงปฎิบัติการพัฒนศักยภาพแกนนำและส่งเสริมความรอบรู้สู่สุขภาพดีวิถีใหม่ โดยใช้หลักสูตร 7 สัปดาห์สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน จำนวน 30 คน
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 ตน คนละ 25 บาท* 2 มื้อ เป้นเงิน 1,500 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน คนละ 65 บาท *1 มื้อ เป็นเงิน 1,950 บาท
3.ค่าคู่มือบันทึกสุขภาพ 7สัปดาห์สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน จำนวน 30 เล่ม เล่มละ 80 บาท เป้นเงิน 2,400 บาท
-ถอดบทเรียนและสรุปผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลักสูตร 7 สัปดาห์สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คนๆ ละ 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 750 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรม เป็นเงิน 1,000 บาท
รวมเงินทั้งหมด 7,600 บาท
7600.00 บาท -
3. ขั้นสรุปผล
-สรุปรายงานผลเป็นรูปเล่ม
15 กรกฎาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25660.00 บาท
7.1 กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างถูกต้อง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 7.2 กลุ่มเป้าหมายเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคที่เหมาะสม เพิ่มขึ้นร้อยละ 20
