โครงการส่งเสริมสุขภาพและภาวะโภชนาการสมวัย ศพด.บ้านบาโงฮูมอ
-
ร้อยละของเด็กเล็ก (2-6ปี) ที่มีภาวะเสี่ยงทุพโภชนาการ10.00
อาหารมีความสำคัญสำหรับทุกวัยโดยเฉพาะสำหรับเด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตเป็นช่วงเวลาที่สมองกำลังพัฒนา อาหารจึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับวัยนี้ดังนั้นควรกินอาหารให้ครบทั้ง ๕ หมู่แต่ละหมู่ให้หลากหลายปริมาณให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและเหมาะสม เพราะอาหารเป็นปัจจัยสำคัญต่อสติปัญญาและสุขภาพของเด็ก รวมทั้งพัฒนาการของเด็กที่กินอาหารครบ ๕ หมู่และมีความหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม มีภาวะโภชนาการที่ดี จะมีการเจริญเติบโตดีการพัฒนาของสมองดีเด็กจะฉลาดเรียนรู้เร็วมีความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผลทำให้พัฒนาการของเด็กเหมาะสมตามวัยแต่ในทางตรงกันข้ามเด็กที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอย่อมมีผลทำให้การพัฒนาของสมองไม่ดีไม่ฉลาดไม่อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวและเรียนรู้ช้าเป็นผลให้มีพัฒนาการไม่เหมาะสมตามวัย ภาวะโภชนาการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีตลอดชีวิตโดยเฉพาะในช่วงที่มีการเจริญเติบโตตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยรุ่นเ นื่องจากการเจริญเติบโตทั้งด้านสมองและร่างกายสิ่งที่พบเห็นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบาโงฮูมอมันจะส่งผลที่เกิดขึ้นมิใช่แค่เพียงด้านร่างกายเท่านั้นยังมีผลต่อการพัฒนาสมองด้วยทำให้สติปัญญาต่ำ เรียนรู้ช้าไม่สนใจสิ่งแวดล้อมเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ประสิทธิภาพการทำงานจะต่ำส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ นั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบาโงฮูมอ ต้องการที่จะให้เด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกคนมีภาวะโภชนาการที่ดีและเหมาะสมกับวัย จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพและภาวะโภชนาการสมวัย เพื่อให้เด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีร่างกายที่เข็งแรง และพัฒนาการที่สมวัยต่อไป
-
เพื่อลดภาวะเสี่ยงทุพโภชนาการของเด็กเล็ก (0-3 ปี) ลง10.005.00
ร้อยละของเด็กเล็ก (2-6 ปี) ที่มีภาวะเสี่ยงทุพโภชนาการ
-
เพื่อให้ผู้ปกครอง ครู/ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโภชนาการที่ดีและเหมาะสมตามวัย20.0040.00
-
เพื่อผู้ปกครองครู/ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหาร สามารถจัดเมนูอาหารแก่เด็กเล็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามวัย20.0040.00
-
เพื่อให้ด็กปฐมวัยที่มีภาวะโภชนาการเกิน (อ้วน) และทุพโภชนาการ(ผอม) ได้รับการดูแลและแก้ไข20.0040.00
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุุ่มผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก61
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารและการบริโภคอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย
อบรมให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ค่าวิทยากร ( ชั่วโมงละ 600 x 6 ชั่วโมง ) เป็นเงิน3,600บาท - ค่าป้ายไวนิล ( ขนาด 1.40 เมตร x 2.60 เมตร ) เป็นเงิน 910 บาท - ค่าอาหารกลางวัน ( มื้อละ 60 บาท x 61 คน ) เป็นเงิน3,660 บาท - ค่าอาหารว่าง ( มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อx61 คน ) เป็นเงิน3,660 บาท - ค่าเอกสารประกอบการอบรม ( ชุดละ 25x61 คน ) เป็นเงิน1,525 บาท - ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน ( ชุดละ 30x61 คน ) เป็นเงิน1,830 บาท - ค่ากระเป๋าถุงผ้า ( ชุดละ 65x61 คน ) เป็นเงิน3,965 บาท
รวมค่าใช้จ่ายในกิจกรรมท่ี่ 1เป็นเงินทั้งสิ้น19,150บาท (- หนึ่งหมื่นเก้าพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน-)1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566ผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย / ร้อยละ 70 มีความรู้มากขึ้น
19150.00 บาท -
เมนูหนูน้อยสลัดโรสแปลงกาย
กิจกรรมที่ 2 เป็นการประกอบเมนูอาหารจากผักเให้สวยงานเป็นการเพิ่มทักษะกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย และครู ในการประกอบอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้นป็นการกระตุ้นให้เด็กปฐมวัยมีการประทานผักมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ค่าแป้งญวน แป้งสลัดโร( 5 แพ็ค X 60 บาท) เป็นเงิน 300 บาท
- ค่าผักสลัด ( 1 กิโลกรัม X 120 บาท) เป็นเงิน 120 บาท - ค่าแตงกว่า( 1 กิโลกรัม X 40 บาท) เป็นเงิน 40 บาท - ค่ามายองเนส (1 ถุง ขนาด 1 กิโลกรัม ) เป็นเงิน 100 บาท - ข้าวโพด ( 1 กิโลกรัม ) เป็นเงิน 40 บาท - ค่ามันเทศ( 1 กิโลกรัม X 45 บาท) เป็นเงิน 45 บาท - ค่าไข่ไก่คละเบอร์ ( แผงละ 125 บาท x 2 แผง ) เป็นเงิน 250 บาท รวมค่าใช้จ่ายในกิจกรรมที่ 2 เป็นเงินทั้งสิ้น 895บาท (- แปดร้อยเก้าสิบห้าบาทถ้วน-)1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566เด็กปฐมวัยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น/ร้อยละ 70 ของเด็กปฐมวัยมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
895.00 บาท
รายการทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยกันได้
1) ผู้ปกครอง ครู/ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโภชนาการที่ดีและเหมาะสมตามวัย
2) ผู้ปกครองครู/ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหาร สามารถจัดเมนูอาหารแก่เด็กเล็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามวัย
3)ผู้ปกครอง ครู /ผู้ดูแลเด็กได้รับทราบถึงภาวะโภชนาการของเด็กปฐมวัย
4)เด็กเล็กที่มีภาวะโภชนาการเกิน (อ้วน) และทุพโภชนาการ(ผอม) ได้รับการดูแลและแก้ไข
