โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนและเยาวชนในการป้องกันปัญหายาเสพติด (ตัวอย่าง)
ด้วยปัจจุบันสถาณการณ์การเผยแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังคงระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขยาเสพติด เป็นแนวนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลัก ผู้เสพ คือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้ค้า คือ ผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำหนดให้เร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพติด และป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเป็นเหยื่อของยาเสพติด โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม ให้ร่วมดำเนินการในลักษณะบูรณาการ ควบคู่กับมาตรการทางกฎหมาย ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย พบว่ามีเด็กและเยาวชน จำนวนไม่น้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเกิดจากความตั้งใจ และเกิดจากการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะทำให้เด็กและเยาวชน มีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นอีก เช่น เด็กและเยาวชน เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ การสร้างการยอมรับ กล้าทำในสิ่งที่ท้าทาย การชักจูง และการหลอกลวง เป็นต้น ดังนั้น เด็กและเยาวชนจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเพียงพอ ต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการรู้โทษที่ร้ายแรงของสิ่งเสพติดอย่างเหมาะสม การรู้จักการหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด และสิ่งสำคัญคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน โดยผนึกกำลังทุกภาคส่วน ให้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังของแผ่นดิน ที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติด
-
เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด80.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด
-
เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้รับรู้สถาณการณ์ยาเสพติดภายในชุมชนของตนเองและสังคมภายนอกและสามารถปฏิบัติตนให้ห่างไกลยาเสพติดได้80.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับรู้สถาณการณ์ยาเสพติดภายในชุมชนของตนเองและสังคมภายนอกและสามารถปฏิบัติตนให้ห่างไกลยาเสพติดได้
-
เพื่อสร้างเครือข่ายแนวร่วมเด็ก เยาวชน และประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด80.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม สร้างเครือข่ายแนวในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจ้งคณะทำงาน
- ค่าอาหารว่าง 1 มื้อ มื้อละ 25 บาท จำนวน 20 คน เป็นเงิน 500 บาท
13 มีนาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566มีหน้าที่ในการรับผิดชอบ
500.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติด
ประชุมหารือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการดำเนินงาน
เขียนโครงการและนำเสนอโครงการ เพื่อของบประมาณดำเนินโครงการ
ชี้แจงรายละเอียดโครงการและกำหนดการให้กลุ่มเป้าหมาย
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดำเนินกิจกรรมตามที่กำหนด
- สรุปผลการดำเนินงาน
ค่าใช้จ่าย
ค่าตอบแทนวิทยากรฝึกอบรม จำนวน 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 75 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,750 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาทจำนวน 50 คน เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ป้ายๆละ 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ประกอบการอบรมแฟ้ม สมุด ปากกา ฯลฯ จำนวน 50 ชุดๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ถึง11850.00 บาท -
รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาทจำนวน 50 คน เป็นเงิน 1,250 บาท
ค่าป้ายไวนิลรณรงค์ประชาสัมพันธ์ จำนวน 3 ป้ายๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าแผ่นพับความรู้ด้านยาเสพติด จำนวน 200 แผ่นๆ15 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ถึง5750.00 บาท
- เด็ก เยาวชน และประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติดอย่างเหมาะสม
- เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดในโรงเรียน สามารถใช้เป็นข้อมูลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างเหมาะสม ลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเข้ามาในโรงเรียน นักเรียนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และสามารถปฏิบัติตนให้ห่างไกลยาเสพติดได้
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในโรงเรียนและชุมชน
