โครงการลดเสี่ยง เลี่ยงไตวาย ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
-
นางมณฑา ทองตำลึง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
โรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบัน คือ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ถ้าไม่รับการดูแลรักษาและปฏิบัติตัวที่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease) ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมากถึงร้อยละ ๑๗.๕ ของประชากรที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต้องได้รับการรักษาบำบัดทดแทนไต การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง การผ่าตัดปลูกถ่ายไต ในประชาชนที่ใช้บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) สิทธิที่รัฐบาลให้ใช้ได้ คือการล้างไตทางช่องท้อง เมื่อเป็นโรคไตเรื้อรังในระยะสุดท้ายจะส่งผลต่อคุณภาพของผู้ป่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และประเทศจะต้องสูญเสียงบประมาณด้านสาธารณสุขเป็นเงินจำนวนมหาศาล เป็นสาเหตุการป่วย พิการและเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลกและประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาระและสูญเสียในทุกมิติทั้งกาย จิต สังคม เศรษฐกิจต่อทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศชาติ โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักที่สำคัญต่อการเกิดโรคดังนี้ ภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวานควบคุมโรคไม่ได้ ภาวะไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วนลงพุง จากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตลิ่งชัน พบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 214 ราย จำนวน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 492 ราย และได้รับการตรวจภาวะแทรกซ้อนทางไตคิดเป็นร้อยละ 33 ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตลิ่งชัน ได้จัดทำโครงการลดเสี่ยง เลี่ยงไตวาย ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เพื่อสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเรียนรู้ถึงวิธีป้องกันโรคไตวายเรื้อรัง ตลอดจนการดูแลรักษาและชะลอไม่ให้เกิดภาวะไตวายระยะสุดท้าย
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน มีความรู้ ความตระหนักในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะไตวายเรื้อรัง และชะลอการเกิดไตวายระยะสุดท้าย60.0060.00
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีความรู้ ตระหนักถึงความสำคัญของโรค และมีการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อมร้อยละ 60
-
เพื่อให้เกิดเครือข่ายภาคประชาชนในการดูแล ป้องกันปัญหาโรคไตวายเรื้อรังในกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน40.0040.00
1.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อมได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
2.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีอัตราการลดลงของค่า eGFR < 4 ร้อยละ 40
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้มีความรู้ และการจัดการในการดูแลสุขภาพ เพื่อชะลอไตเสื่อม
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกลุ่มเป้าหมาย 80 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
-ค่าอาหารกลางวันจำนวน 80 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 5,600 บาท
-ค่าถ่ายเอกสารคู่มือชะลอไตเสื่อม จำนวน 80 ชุดๆละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากรประจำฐานจำนวน 4 คนๆ ละ 5 ชมๆละ 300 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
-ค่าป้ายโครงการ 1*3 เมตรๆละ 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
15 มีนาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีความรู้ ตระหนักถึงความสำคัญของโรค และมีการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อมร้อยละ 60
20050.00 บาท -
ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามและประเมินผล
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คนๆละ 25บาท เป็นเงิน 2000 บาท
15 มีนาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ร้อยละ 90 ของ กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ตระหนักและมีการจัดการดูแลสุขภาพ ป้องกันไตวายเรื้อรังอย่างมีคุณภาพ/ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการจัดการดูแลสุขภาพ ป้องกันไตวายเรื้อรังอย่างมีคุณภาพ
2000.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้ทุกรายการ
1.ร้อยละ 90ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ ตระหนักและมีการจัดการในการดูแลสุขภาพ
2.กลุ่มเป้าหมายมีอัตราการลดลงของค่า eGFR < 4
