โครงการ สตรีใส่ใจป้องกันภัยมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ตำบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖
-
ร้อยละของประชาชนผู้หญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูก50.00
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของโรคมะเร็งทั้งหมดของสตรีไทย รองจากมะเร็งเต้านมปัจจุบันในประเทศไทยแต่ละปี จะพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ ประมาณ 10,000 รายและเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งปากมดลูก 5,000รายอัตราการเสียชีวิตของสตรีไทยเพิ่มขึ้นจาก 7คน/วันเป็น 14 คน/วันสถิติจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมาพบแพทย์ เมื่อระยะของโรคมะเร็งนั้น ได้เข้าสู่ในระยะลุกลามแล้ว การรักษาจึงเป็นไปได้ยาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสังคมและครอบครัวตามมาอย่างมากมาย แต่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ถ้าพบผู้ป่วยโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรกร้อยละ 30-40 สามารถป้องกันได้ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยงและ หากได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งสามารถป้องกันและได้รับการรักษาทันท่วงทีและสามรถรักษาหายได้ จังหวัดพัทลุง สถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมในระดับประเทศย้อนหลังปีพ.ศ. 2563มีจำนวนผู้ป่วย 32,653 คน คิดเป็นอัตราป่วย 2,860.30 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2564 มีจำนวนผู้ป่วย 34,811 คนคิดเป็นอัตราป่วย 2,685.93 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนผู้ป่วย 38,553 คน คิดเป็นอัตราป่วย 2,386.32ต่อแสนประชากรตามลำดับและสถิติจำนวนอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย11,631 คิดเป็นอัตราป่วย 3,026.39ต่อแสนประชากร ปี พ.ศ. 2564 มีจำนวนผู้ป่วย12,196 คิดเป็นอัตราป่วย 2,894.39ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนผู้ป่วย 12,955 คน คิดเป็นอัตราป่วย 2,686.22ต่อแสนประชากร ตามลำดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสุขภาพตำบลโตนดด้วนมีจำนวนสถิติและอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย 16 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,713.06 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2564 มีจำนวนผู้ป่วย 16 คนคิดเป็นอัตราป่วย 1,711.22 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2565 มีจำนวน 15 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,847.82 ต่อแสนประชากร สถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย 6 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,704.54 ต่อแสนประชากร ปี พ.ศ. 2564มีจำนวนผู้ป่วย 6 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,699.71 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนผู้ป่วย 6 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,724.13 ต่อแสนประชากร ตามลำดับจากสถิติดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประเทศชาติสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ดังนั้นการตรวจคัดกรองและการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพร้อมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจค้นหาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกจะทำให้อัตราการเกิดโรคอัตราการป่วยช่วยลดการสูญเสีย งบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วยอัตราการตายจากโรคมะเร็งลดลง
-
1.เพื่อคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงช่วงอายุ 30-70 ปี90.00
คัดกรองโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงช่วงอายุ 30-70 ปี อย่างน้อย ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย
-
2.เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงช่วงอายุ 30-60 ปี กลุ่มเป้าหมาย 1,034 คน55.00
ตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 30-60 ปี อย่างน้อย ร้อยละ 5๕ ของกลุ่มเป้าหมาย
-
3.เพื่ออบรมให้ความรู้โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีอายุ 30-70 ปี7.00
สตรีกลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก จำนวน 2 กลุ่มๆละ จำนวน 50 คน รวมเป็น 100 คน/7.47 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มเป้าหมายช่วงอายุ 30-70 ปี กลุ่มเป้าหมาย 1,338 คน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1338
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรี 30-70ปี จำนวน 2รุ่น ๆละจำนวน 5๐ คน
จัดทำสมุดบันทึกการตรวจเต้านมด้วยตนเอง จำนวน 1,350 เล่มๆละ 20 บาทเป็นเงิน 27,000บาท
-ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและผู้จัดจำนวน 5๓ คน 1 มื้อๆละ ๖๐ บาท เป็นเงิน ๓,๑๘๐บาท จำนวน 2 รุ่นเป็นเงิน ๖,๓๖0บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและผู้จัดจำนวน 5๓ คน ๒ มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน ๒,๖๕๐บาท จำนวน 2 รุ่น เป็นเงิน 5,30๐ บาท
รวมเป็นเงิน 3๘,๖๖0บาท
1 มีนาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566คัดกรองโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงช่วงอายุ 30-70 ปี อย่างน้อย ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย
38660.00 บาท
๑.ประชาชนมีความรู้โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ๒.ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก๓.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเพื่อติดตามผลและได้รับการส่งต่อในรายที่พบความผิดปกติ ตาม CPG
