โครงการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ปี 2566
-
นางตอยยีบะห์ ลำเดาะ
-
นางกามารีเย๊าะเปาะเซ็ง
-
นางอานีซ๊ะบูงอแคะบอง
-
นางฮามีด๊ะลือแบลูวง
-
นางฮามีด๊ะดาละ
-
กลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน182.00
-
กลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน35.00
-
ผู้ป่วยรายใหม่เบาหวาน12.00
-
กลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง166.00
-
กลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคความดันโลหิตสูง75.00
-
ผู้ป่วยรายใหม่ความดันโลหิตสูง32.00
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆของประเทศไทย คือโรคมะเร็งโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอด ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอแม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง ส่งผลต่อการเกิดโรคเหล่านี้ได้ การสร้างเสริมสุขภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ เป็นพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ที่ทุกคนควรมีการปฏิบัติและปลูกฝังจนเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การมีความสุข ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ
สถิติการเจ็บป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอ ตำบลยะหา อำเภอยะหาจังหวัดยะลาพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในอันดับต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างโอกาสสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม จะช่วยทำให้กลุ่มป่วยสามารถดูแลตนเองได้เป็นอย่างดี กลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยงมีความตระหนักและใช้ประสบการณ์ของผู้ป่วยคนอื่นๆในชุมชน เป็นตัวอย่างและปรับใช้ในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดโรคก่อนวัยอันควร ทั้งนี้การสร้างโอกาสดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้แนวทางที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยตนเอง ซึ่งอาจต้องรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง โดยใช้หลัก 3ส 3อ.1น เช่น ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม รับประทานผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นทำจิตใจให้สงบ ลด ละ เลิกบุหรี่และสุรา รวมถึงการเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระบวนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
จากข้อมูลการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอปี 2565 พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน จำนวน 182 ราย และ 35 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.73 และ 2.44ผู้ป่วยรายใหม่12 ราย พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 166 ราย และ 75 ราย คิดเป็นร้อยละ 13.64 และ 6.16ตามลำดับ ผู้ป่วยรายใหม่32ราย มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆปี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอได้ตระหนักถึงการเปิดโอกาสในการสร้างสุขภาวะของ ประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรค 3อ 2ส ตามวิถีชุมชน เพื่อการมีสุขภาพดีโดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนวิถีด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวและพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3ส 3 อ.1น และสามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง1.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม3ส 3อ.1น และชุมชนมีส่วนร่วม
-
เพื่อให้ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยง สงสัยป่วยต่อการเกิดโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง/โรคหัวใจและหลอดเลือด เข้าถึงบริการวัดคัดกรอง วินิจฉัย ขึ้นทะเบียน และ รักษาอย่างต่อเนื่อง1.00
ร้อยละ90 การตรวจติดตามกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง200
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 . จัดกิจกรรมแบ่งโซนจัดทำฐานการเรียนรู้ และฟื้นฟูกลุ่มเพื่อนเตือนเพื่อน พันธะสัญญาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหนุนเสริมทักษะชีวิต ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยใช้หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค 3ส 3อ.1น ใน
กิจกรรมที่ 1 . จัดกิจกรรมแบ่งโซนจัดทำฐานการเรียนรู้ และฟื้นฟูกลุ่มเพื่อนเตือนเพื่อน พันธะสัญญาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (จัดทำ 2 รุ่น) - ค่าอาหารกลางวัน 200 คน x 50 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 10,000บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 200 คน x 25 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 10,000บาท - ค่าป้ายไวนิลชื่อโครงการ ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน800บาท
16 พฤษภาคม 2566 ถึง 17 พฤษภาคม 2566กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยเข้าร่วมกิจกรรมตามฐานต่างๆและเกิดความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหนุนเสริมทักษะชีวิต ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยใช้หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค 3ส 3อ.1น
20800.00 บาท -
กิจกรรมที่2 ติดตามชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงหลังจากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมทักษะชีวิต ในเรื่อง 3ส 3อ.1น ไป 1 เดือน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขพร้อมจัดซื้ออุปกรณ์การตรวจติดตามสุขภาพ
- ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติดิจิตอลแบบพกพา จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1500 บาทเป็นเงิน6,000 บาท
- ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 2เครื่อง ราคาเครื่องละ 800 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
- วงล้อประเมิน ดัชนีมวลกาย จำนวน 8 อันราคาอันละ 95 บาทเป็นเงิน760บาท
19 มิถุนายน 2566 ถึง 23 มิถุนายน 2566ได้ติดตามชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงหลังจากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมทักษะชีวิต ในเรื่อง 3ส 3อ.1น ที่เข้าร่วมโครงการและได้จัดซื้ออุปกรณืดังกล่าวเพื่อใช้ในกิจกรรมและเก็บไว้ประจำหมู่บ้านเพื่อใช้คัดกรองในกลุ่มประชาชนทั่วไปต่อไปหรือใช้เวลาฉุกเฉินในชุมชน
8360.00 บาท - ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติดิจิตอลแบบพกพา จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1500 บาทเป็นเงิน6,000 บาท
1 กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3ส 3อ.1น และสามารถ
นำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ 80
2.ชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคร่วมกัน
3. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงลดลง จากปีก่อน
