โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ ปี 2566
-
นางอารีย์ยี่โส (0942657841)
-
นางชฏาภรณ์ คงพลับ
-
นางอารีย์พูลสมบัติ
-
นางสุนีย์ ขุนทอง
-
นางยุพิน ชิตสุข
ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นเนื่องจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นปัญหาใหญ่และรุนแรงมากของสังคมไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสังคมไทยยังขาดความตระหนักร่วมกันอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชนทั่วไป สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ คือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
เขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ นา , สวนยางพารา สวนผลไม้ และปลูกผักสวนครัว ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงขึ้น
ดังนั้น กลุ่ม อสม.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่ ม.4,6,8,9 ต.มะกอกเหนือ จึงได้จัดทำโครงการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกรขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ม.4,6,8,9 ต.มะกอกเหนือ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด เพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
1.เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สารเคมี และการป้องกันตนเองที่ ถูกต้องในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช0.00
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สารเคมี และการป้องกันตนเองที่ ถูกต้องในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร้อยละ 80
-
เพื่อประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพผู้เสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช0.00
ร้อยละ 80 ของผู้เสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการประเมินและเฝ้าระวังทางด้านสุขภาพ
-
เพื่อค้นหาประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการประกอบอาชีพเกษตรกรในการใช้สารเคมีกำจักศัตรูพืช0.00
-
เพื่อตรวจสุขภาพ รักษาพยาบาลและขับพิษสารเคมีออกจากร่างกายของเกษตรกร0.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสุขภาพรักษาพยาบาลและขับพิษสารเคมีออกจากร่างกาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รพ.สต. ,อสม.แกนนำผู้รับผิดชอบโครงการ
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรมในการดำเนินโครงการและค้นหากลุ่มเป้าหมาย
3 มีนาคม 2566 ถึง 3 มีนาคม 2566ได้กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการและรูปแบบการดำเนินโครงการ
0.00 บาท -
ชี้แจงโครงการแก่กลุ่มเสี่ยงเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
ประชาสัมพันธ์พร้อมแจกใบเชิญและชี้แจงรายละเอียดแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
4 เมษายน 2566 ถึง 10 เมษายน 2566กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการตามจำนวนที่วางไว้
0.00 บาท -
ตรวจหาสารเคมีและจัดอบรมให้ความรู้เกษตรกรและรณรงค์ปลูกผักปลอดสารพิษ
กิจกรรมที่ 3.1 ตรวจหาสารเคมีแก่เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ครั้งที่ 1 โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
กิจกรรมที่ 3.2 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการใช้สารเคมี การลดการใช้สารเคมี โทษของสารเคมี การปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นต้น กิจกรรมที่ 3.3 กิจกรรมรณรงค์ปลูกผักปลอดสารพิษใช้บริโภคในครัวเรือน 1.ค่าจัดทำไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการฯ จำนวน ๑ ป้าย ขนาด 1.2 x 2.8 เมตร เป็นเงิน500 บาท 2.ชุดตรวจสารเคมีในเลือด จำนวน 2 ชุด ชุดละ 3,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท (ชุดตรวจเคมี 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งที่ 1 เป็นเวลา 45วัน)
3.ค่าวิทยากรให้ความรู้ 3 ชมๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม การตรวจหาสารเคมีครั้งที่ 1 (สำหรับผู้เข้าอบรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่) 55 คนๆละ 25 บาท รวม 1 มื้อ เป็นเงิน 1,375 บาท 5.ค่าอาหารกลางวัน การตรวจหาสารเคมีครั้งที่ 1 (สำหรับผู้เข้าอบรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่) 55 คนๆละ 50 บาท รวม 1 มื้อ เป็นเงิน 2,750 บาท 6.ค่าเอกสารความรู้-ความเข้าใจ การใช้สารเคมีก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ 50 ชุด เป็นเงิน 100 บาท
7.อุปกรณ์การปลูกผักและเมล็ดพันธ์พืช 7.1 เมล็ดคะน้า 30 กระป๋อง เมล็ดกวางตุ้ง 30 กระป๋อง เมล็ดผักกาดขาว 30 กระป๋อง ราคากระป๋องละ 35 บาท เป็นเงิน 3,150 บาท 7.2 ถุงปลูกผัก ขนาด 8*15 นิ้ว (32ใบ/1 กิโลกรัม) จำนวน 6 แพ็คๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
7.3 ดินปลูกผัก จำนวน 120 ถุง ราคาถุงละ 20 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท 7.ค่าเอกสารแบบประเมินความพึงพอใจจำนวน 40 ใบ เป็นเงิน 40 บาท2 พฤษภาคม 2566 ถึง 2 พฤษภาคม 2566กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจหาสารเคมี ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องการใช้สารเคมี โทษของสารเคมี การลดการใช้สารเคมี มีการปลูกผักและได้ผักปลอดสารพิษบริโภคในครัวเรือน
19615.00 บาท -
ตรวจหาสารเคมีแก่เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ครั้งที่ 2 และประเมินผลสุขภาพรอบที่ 2
ตรวจหาสารเคมีแก่เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ครั้งที่ 2 และประเมินผลสุขภาพรอบที่ 2 (โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม การตรวจหาสารเคมีครั้งที่ 2(สำหรับผู้เข้าอบรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่) 55 คนๆละ 25 บาท รวม 1 มื้อ เป็นเงิน 1,375 บาท
19 พฤษภาคม 2566 ถึง 19 พฤษภาคม 2566เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจหาสารเคมีและได้ประเมินผลสุขภาพ รอบที่ 2
1375.00 บาท -
ประสานงานสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อส่งต่อรักษา
ประสานงานสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี เข้ารับการรักษาต่อไป
22 พฤษภาคม 2566 ถึง 22 พฤษภาคม 2566ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการพบสารเคมีในร่างกาย ได้รับการรักษา ร้อยละ 100
0.00 บาท -
ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดโครงการ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน
ค่าจัดทำรูปเล่มรายงาน สปสช 1 เล่ม ค่าวัสดุอุปกรณ์เป็นเงิน 200 บาท
23 มิถุนายน 2566 ถึง 23 มิถุนายน 2566ส่งรูปเล่มให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลบ้านสวน
200.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา
2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ทราบถึงพิษภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
3.ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการบำบัดรักษาที่ถูกต้องและสามารถป้องกันตนเองในการป้องกันไม่ให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกายจนเป็นอันตราย
