โครงการสานพลัง TO BE NUMBER ONE ร่วมสร้างชุมชน ปลอดยาเสพติด หมู่ที่ 6 บ้านสวน ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
-
นางสาวลักษิกาเที่ยงธรรม โทร. 0659494615
-
นายยงยุทธ ไชยหล่อ
-
นายประเสริฐ นภานิวัติกุล
-
นายเรวัตรดิษฐเส้ง
-
นางภาวดีคงพ่วง
-
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน1.00
-
ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน1.00
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด39.00
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด3.00
จากสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญซึ่งมีผลกระทบและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เด็กและเยาวชน เป็นวัยที่เอื้อต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งปัจจัยจากตนเอง คือ เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ ต้องการค้นหา สร้างตัวตน สร้างการยอมรับ มีแรงผลักดันทางอารมณ์สูง กล้าเสี่ยง กล้าทำสิ่งท้าทาย นอกจากนี้ สถิติค้ายาเสพติดพบว่า เด็กและเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเริ่มมีอายุน้อยลง การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของสิ่งเสพติด จะต้องดำเนินการ การสอนหรือฝึก ให้เด็กมีภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจและสามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน อายุระหว่าง 6-24 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จึงทรงรับเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้การรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือ และรวมพลังจากภาครัฐและเอกชน กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของปวงชนในชาติให้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักว่าการที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดมิใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทุกคนในชาติจะร่วมแรงร่วมใจกันเป็นพลังของแผ่นดินที่จะต่อสู้และเอาชนะปัญหา ยาเสพติดให้ได้โดยเร็ว
ชมรม TO BE NUMBER ONE หมู่ 6 บ้านสวน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัด โครงการสานพลัง TO BE NUMBER ONE ร่วมสร้างชุมชน ปลอดยาเสพติด หมู่ 6 บ้านสวน ต.มะกอกเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อจะได้สามารถร่วมมือกันปกป้องเด็กและเยาวชน ในหมู่ที่ 6 เขตเทศบาลตำบลบ้านสวนจากปัญหายาเสพติด ต่อไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน2.00
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน2.00
ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
-
เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด30.00
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
-
เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด2.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน229
-
กลุ่มวัยทำงาน445
-
กลุ่มผู้สูงอายุ305
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมและแนวทางการรับสมัครสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE
- ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน จำนวน 10 คน เพื่อชี้เเจงรายละเอียดโครงการและร่วมกันเพื่อวางแผนการจัดกิจกรรม/แนวทางการรับสมัครสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE
3 พฤษภาคม 2566 ถึง 3 พฤษภาคม 2566ได้คณะทำงานและแผนกิจกรรมโครงการ
0.00 บาท -
รับสมัครสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE
- ประชาสัมพันธ์การรับสมัครสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ทั้งกลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มประชาชนทั่วไป
- ค่าถ่ายเอกสารใบรับสมัครสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE และเอกสารความรู้เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE เป็นเงิน 200 บาท 3.ค่าแฟ้มใส่เอกสาร (แฟ้มสันกว้าง F4 สัน 3 นิ้ว) จำนวน 2 แฟ้ม แฟ้มละ 110บาท(ใส่ใบสมัครและผลการดำเนินกิจกรรม) เป็นเงิน 220 บาท
8 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2566มีสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน และคณะกรรมการมีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน
420.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยของยาเสพติด
1.ประสานงานกับวิทยากรที่มีความชำนาญปฏิบัติงานด้านยาเสพติด เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 2.ค่าป้ายไวนิลโครงการ TO BE NUMBER ONE ขนาด 1 X 1.5 ม. จำนวน 1 ป้ายๆ ละ 250 บาท 3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมโครงการ TO BE NUMBER ONE (แกนนำ)จำนวน 30 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท 4.ค่าป้ายชมรม TO BE NUMBER ONE แบบถือ ไว้ทำกิจกรรม (ป้ายพลาสวูดพร้อมด้ามจับอลูมิเนียม) จำนวน 2 ป้ายๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท 5.ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดการอบรม เช่นกระดาษฟริฟชาร์ต ปากกาไวท์บอร์ด กรรไกร ฯลฯ เป็นเงิน 700 บาท 6.ช่วงเทศกาลวันสำคญ - จัดกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก กิจกรรมรณรงค์วันต้านยาเสพติดสากลกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติด
19 มิถุนายน 2566 ถึง 19 มิถุนายน 2566กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรม ได้รับความรู้เกี่ยวกับโทษภัยของยาเสพติด สามารถนำความรู้ไปใช้และเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้
4500.00 บาท -
การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์
1.กิจกรรมชมรมฟุตบอล โดยมีกลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ มีเวลาว่างเล่นฟุตบอลร่วมกัน - ค่าลูกฟุตบอล(อย่างดี) จำนวน 2 ลูกๆละ 1,650 บาท จำนวน 2 ลูก เป็นเงิน 3,300 บาท - ค่าตาข่ายฟุตบอล ขนาด 3 x 2 เมตร จำนวน 1 คู่ ๆ ละ 2,420 บาท 2.กิจกรรมชมรมเปตอง โดยมีกลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ มีเวลาว่างเล่นเปตองร่วมกัน - ค่าวัสดุลูกเปตองจำนวน 2 ชุด ๆ ละ 2,750 บาท(1 ชุดมี 3 ลูก) เป็นเงิน 5,500 บาท 3.ค่าน้ำดื่มสำหรับฝึกซ้อมกีฬาเปตอง/กีฬาฟุตบอลตลอดโครงการเป็นเงิน 2,000 บาท
21 มิถุนายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566- เด็กและเยาวชน ประชาชนในชุมชน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างสุขด้วยการเสริมสร้างสุขภาพ
- มีระยะเวลาการทำกิจกรรมของชมรมที่เป็นรูปธรรม คือ กิจกรรมชมรมฟุตบอล และชมรมเปตอง
13220.00 บาท - เด็กและเยาวชน ประชาชนในชุมชน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างสุขด้วยการเสริมสร้างสุขภาพ
-
สรุปและรายงานผลโครงการ
สรุปผลกิจกรรมของชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ปัญหาและอุปสรรคในการทำกิจกรรม และจัดทำรูปเล่มสรุปผลการดำเนินงาน จำนวน 1 ฉบับ เสนอ สปสช. เป็นเงิน 200 บาท
1 สิงหาคม 2566 ถึง 15 สิงหาคม 2566ส่งรูปเล่มผลการดำเนินงานโครงการแก่กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลบ้านสวน จำนวน 1 ฉบับ
200.00 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
- มีชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน ดำเนินกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ใน ชุมชน ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน และ 3 ก ตามเกณฑ์ชองชมรม TO BE NUMBER ONE อย่างน้อย 1 ชมรม
- มีสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนเพิ่มขึ้น อย่างน้อย ร้อยละ 60
- มีชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมประกวดกิจกรรมในระดับอำเภอ
