โครงการครอบครัวชวนเดินวิ่ง สานรัก ปลูกผักกินเอง
-
นายถาวร คงศรี ประธาน
-
นายสมัย หมวดมณี กรรมการ
-
นางรัตนา จีนลอย เหรัญญิก
-
นางสมใจ จีนลอย คณะทำงาน
-
นางญาณาธิป ยอดสนิท คณะทำงาน
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและต่อเนื่อง80.00
-
ร้อยละของกิจกรรมออกกำลังกายเป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธภาพคนในครอบครัวและสังคม80.00
-
ร้อยละของครอบครัวที่มีการปลูกผักกินเอง60.00
ตำบลนาท่อม มีจำนวน 1,915 ครัวเรือน ครอบครัวที่ไม่มีกิจกรรมทางกายร่วมกัน 383 ครัวเรือน ครอบครัวที่มีกิจกรรมทางกายร่วมกัน 1,532 ครัวเรือน ด้านสุขภาพขาดการดูแลตนเองเช่นการออกกำลังกายที่เพียงพอของสมาชิกในครอบครัวด้านสภาพแวดล้อมทางสังคมปัจจุบันเป็นสังคมครอบครัวต่างคนต่างอยู่มีโลกส่วนตัวมากขึ้นขาดการพูดคุยสมาชิกในครอบครัว เป็นสังคมออนไลน์มากขึ้น ด้านการศึกษา การช๊อปปิ้งต่างๆ ขาดการมีสัมพันธภาพในครอบครัว จากการเปลี่ยนแปลงทางสถานการณ์สภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นำไปสู่ความอ่อนแอทางสังคมในมิติของครอบครัวเพิ่มขึ้นเกิดปัญหาที่ได้รับผลกระทบในทุกระดับของประเทศตลอดถึงครอบครัวในยุคปัจจุบันที่มีรูปแบบแตกต่างและหลากหลายแม้จะมีการช่วยเหลือเยียวยาในเชิงนโยบายแล้วก็ตามสภาพปัญหาของครอบครัวยังเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงในครอบครัวที่เริ่มก่อตัวมาจากเรื่องสัมพันธภาพและการสื่อสารในครอบครัวการอบรมเลี้ยงดูบุตร ปัญหาเด็กผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง หลังโควิด 19 สถานการณ์สังคมครอบครัวที่ปรับเปลี่ยนไปสู่โลกใช้ออนไลน์มากขึ้นในชีวิตประจำวัน การเรียนออนไลน์ซื้อของออนไลน์ สื่อสารออนไลน์มีผลกระทบทั้งบวกและลบมาจากการเกิดโรคระบาดโควิด 19 ทำให้สภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนไป ด้านปัญหาเดิมทียังไม่ถูกแก้ เช่นอบายมุข การพนันบุหรี่ เหล้า สารเสพติดของสมาชิกในครอบครัว การติดเกมส์ท้องก่อนวัยอันควร การออกกำลังกายไม่เพียงพอล้วนส่งผลกระทบต่อความเข้มแข็งของครอบครัว และนำไปสู่ปัญหาทางสังคม เช่น เกิดความรุนแรงในครอบครัว ทะเลาะ พ่อแม่ทุบตีกัน พ่อแม่พูดจาไม่เพราะ เด็กหนีออกจากบ้านตามมานำไปสู่ความอ่อนแอและเป็นครอบครัวเปราะบาง ครอบครัวไม่สามารถดูแลกันเองได้และเด็กหนีจากบ้านไม่ไปโรงเรียน ส่งผลกระทบต่อสังคมด้านเศรษฐกิจพ่อแม่หย่าร้าง แยกกันอยู่เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวเป็นหม้าย เป็นครอบครัวเปราะบางในที่สุดหากินคนเดียวเลี้ยงครอบครัวลำบากเป็นหนี้สินประสบปัญหาต้องช่วยกันดูแลภาระของสังคม กลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีกลไกภาครัฐออกมาจำนนวนมากในการจะพัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็ง เช่น ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน(ศพค) ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลนาท่อม ได้นำเสนอ โครงการ ครอบครัวชวนเดินวิ่ง สานรัก ปลูกผักกินเองเป็นกิจกรรมทางกายดำเนินการในวันเสาร์เป็นกิจกรรมลักษณะในรูปแบบของค่ายครอบครัวในวันสรุปกิจกรรม โดยระหว่างทางใช้กิจกรรมในแปลงผักกับสมาชิกของครอบครัวที่ปลูกผักแล้วนำกลับมาทำเมนูกินร่วมกันของเด็กๆและครอบครัวตอนปิดโครงการ โดยโครงการจะแก้ปัญหาเด็กไม่กินผัก ครอบครัวขาดสัมพันธภาพระหว่างผู้ปกครองกับเด็กและครอบครัวขาดกิจกรรมทางกาย โดยหลังจากจบโครงการนี้แล้วศูนย์พัฒนาครอบครัวจะนำชุมชนและครอบครัวไปสู่กิจกรรมแก้ปัญหาอื่นๆได้
-
เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและต่อเนื่องของคนในชุมชน80.0095.00
ร้อยละการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและต่อเนื่องของคนในชุมชน
-
เพิ่มสมาชิกในครอบครัวที่ปลูกผักกินเองเพิ่มขึ้น60.0070.00
ร้อยละของครอบครัวปลูกผักกินเองเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน10
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน20
-
กลุ่มวัยทำงาน10
-
กลุ่มผู้สูงอายุ20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สร้างความเข้าใจและออกแบบกิจกรรมของคณะทำงานศูนย์ พัฒนาครอบครัว
ประชุมสร้างความเข้าใจและออกแบบกิจกรรมของคณะทำงานศูนย์ พัฒนาครอบครัว
1 ค่าป้ายไวนิล 500 บาท
2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 600 บาท
22 เมษายน 2566 ถึง 22 เมษายน 2566คณะทำงานศูนย์พัฒนาครอบครัว 20 คน มีความเข้าใจและได้รูปแบบกิจกรรมของโครงการโดยการแบ่งบทบาทหน้าที่ในแต่ละครั้ง
1100.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการครอบครัวชวนเดินวิ่ง สานรัก ปลูกผักกินเอง ในวันเสาร์
กิจกรรมให้ความรู้ครอบครัวชวน เดิน วิ่ง ปั่น สานรัก ปลูกผักกินเอง ระยะเวลาเรียนรู้ 1 วัน เรื่อง การเพิ่มกิจกรรมทางกายที่เพียงพอสำหรับทุกช่วงวัย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 65 คน ประกอบด้วย คณะทำงาน 4 คน วิทยากร 1 คน เด็ก 30 คน ผู้ปกครอง 30 คน เนื้อหาการเรียนรู้ คือ กิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และกำหนดเส้นทางการเดิน วิ่ง ปั่นจุดนัดพบในการทำกิจกรรม และพูดคุยการทำงานร่วมกันของครอบครัวของเด็กๆกับผู้ปกครองมีการสร้างไลน์กลุ่ม มีการสร้างกลุ่มย่อย ุ6 กลุ่มย่อยๆละ 5 คน คัดเลือกหัวหน้ากลุ่มย่อยไว้รายงานรูปภาพในไลน์กลุ่ม นำมาพูดคุยและไปติดตามเยียมเยียน โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 65 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
2 ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท 1,800 บาท
29 เมษายน 2566 ถึง 29 เมษายน 2566เกิดการปรับสภาพแวดล้อมของบุคคลและครอบครัวที่จูงใจต่อการมีกิจกรรมทางกาย เดิน วิ่ง ปั่น ทั้งในพื้นที่ที่เป็นบ้านทำแปลงผักและพื้นที่สาธารณะ และถนนในชุมชน ไว้ทำกิจกรรมทางกาย
3100.00 บาท -
รณรงค์ และปฏิบัติครอบครัวชวนเดินวิ่ง สานรัก ปลูกผักกินเอง ในวันเสาร์
กิจกรรมรณรงค์ และปฏิบัติการออกกำลังกายครอบครัวชวน เดิน วิ่ง ปั่น จำนวน 4 ครั้ง เส้นทาง รอบคลองนาท่อม สัปดาห์ละ 1 รอบ วันเสาร์และเยี่ยมครัวเรือนปรับสภาพแวดล้อมปลูกผักในครอบครัวสมาชิก จำนวน 30 ครอบครัว ในลักษณะพ่อแม่ช่วยปลูกลูกดูแล โดยการแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่มย่อยไว้ติดตามหนุนเสริมและรายงานผ่านกลุ่มไลน์ เดือนละ 2 ครั้ง จำนวน 4 ครั้ง ครั้งที่ 5 นำผักที่ปลูกมาร่วมทำเมนูทานร่วมกัน โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 4 ครั้งๆละ 20 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
6 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566สมาชิกของครอบครัว จำนวน 60 คนร่วม เดิน วิ่ง ปั่น และร่วมปรับสภาพแวดล้อมให้ครอบครัวร่วมกับเด็กรักในการปลูกและทานผักที่ปลูก
4800.00 บาท -
เพิ่มกิจกรรมทางกายโดย เดิน วิ่ง ปั่น ทุกวัน
เพิ่มกิจกรรมทางกายโดย เดิน วิ่ง ปั่น ทุกวันตอนเช้า เวลา 06.00-07.00 น. (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
29 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผู้เข้าร่วมมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและต่อเนื่องทุกวัน
0.00 บาท -
เพิ่มกิจกรรมทางทางกายโดยการปลูกผักกินเอง
เพิ่มกิจกรรมทางทางกายโดยการปลูกผักกินเอง โดยการอบรมให้ความรู้และปฏิบัติการปลูกผักปลอดสารพิษ มีค่าใช้จ่าย ดังนี้
1 ค่าวัสดุอุปกรณ์การปลูก 3,500 บาท (ถุงดำ ดินปลูก พันธ์ตันผักพร้อมปลูก ถุงมือ ปุ๋ยมูลไส้เดือน บัวรถน้ำ) จำนวน 30 ครอบครัว
6 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผู้เข้าร่วมโครงการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพออย่างต่อเนื่อง
ผู้เข้าร่วมโครงการมีผักปลอดสารพิษไว้บริโภค
3500.00 บาท -
สรุปกิจกรรมแบบค่ายครอบครัว
สรุปรายงานผลลัพธ์ของกิจกรรมต่อกองทุน (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
30 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566สมาชิกในครอบครัวรักการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นและจำนวนครอบครัวที่เด็กทานผักที่ปลูกเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมรณรงค์ของศูนย์พัฒนาครอบครัว
0.00 บาท
ทุกรายการสามรถถัวเฉลี่ยได้
1 สมาชิกในครอบครัวมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและต่อเนื่อง 2 ครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการมีผักที่ปลูกเองไว้กิน
