ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ตามหลักปลอดเชื้อ ปี 2566
-
เด็ก เยาวชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางเพศ (คน)60.00
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นแนวปฏิบัติที่ต้องกระทำเพื่อการรักษาความสะอาด รวมทั้งช่วยป้องกันและลดปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อHIV ได้ร้อยละ 50-60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้ จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า smegma หรือขี้เปียก หากมีหนังหุ้มไม่สามารถเปิดออกล้างได้ จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อ รวมเกิดมะเร็งที่องคชาติได้(นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร) นอกจากนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาติ และถ้าหากขลิบในเด็กทารก ก็จะลดโอกาสเกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย ผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย จากบริบทพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หรือ “คีตาล(ภาษาอาหรับ) หรือ “ทำสุนัต”(ภาษามลายู)มักทำกับหมอบ้าน หรือ “โต๊ะมูเด็ง”จากความเชื่อและประเพณีของชุมชน โดยผู้ปกครองเด็กเชื่อว่า “การทำกับแพทย์จะทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งแรง”“การทำกับโต๊ะมูเด็งเป็นประเพณีที่คนเฒ่าคนแก่เคยทำกัน” เป็นต้นซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การทำสุนัตกับโต๊ะมูเด็งมักจะมีเหตุการณ์เลือดออกมาก(bleeding) ทำให้เกิดภาวะช็อคหรือการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อตับอักเสบ เชื้อ HIV จากการใช้เครื่องร่วมกันโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ดังนั้นกองสาธารสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลตุยง ได้เล็งเห็นความสำคัญชองการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือสุนัตในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีความรู้ ทักษะด้านการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพยิ่งขึ้น
-
เพื่อให้ความรู้การดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (การป้องกันโรคและการเกิดโรคติดเชื้อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค128.00102.40
เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชน ได้รับความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (Circumcision) การป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมุสลิมได้ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ (Circumcision) ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์64.0051.00
เด็กและเยาวชนชายได้ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ (Circumcision) ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน64
-
กลุ่มวัยทำงาน64
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ส่งเสริมองค์ความรู้
ให้ความรู้การดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (การป้องกันโรคและการเกิดโรคติดเชื้อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครองเพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
งบประมาณที่ใช้ - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มจำนวน 178คนๆละ25 บาทเป็นเงิน4,450 บาท (เด็ก=64 คน , ผู้ปกครอง=64 คน , คณะทำงาน=50 คน ) - ค่าวิทยากรให้ความรู้ 1 ชม เป็นเงิน600บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 1 พฤษภาคม 2566เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง มีความรู้และเกิดความตระหนักในการป้องกันโรคและการเกิดโรคติดเชื้อ
5050.00 บาท -
ส่งเสริมการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อ
ทำ หัตถกรรมขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Circumcision)
งบประมาณ - ค่าตอบแทนบริการทางการแพทย์จำนวน 64 คนๆละ 1,200 บาท เป็นเงิน76,800 บาท - ค่าผ้าเปลี่ยนสำหรับเปลี่ยนหลังขลิบอวัยวะเพศจำนวน64 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 3,200 บาท
ถึง80000.00 บาท
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) 1. กิจกรรมเตรียมความพร้อม 1.1 จัดประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานสุขภาพชุมชนเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ 1.2 ประชาสัมพันธ์ โครงการ 1.3 จัดทำแผนกำหนดการ การให้ความรู้ บริการขลิบ และติดตามเยี่ยมหลังขลิบแก่เยาวชน 2. ให้ความรู้การดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (การป้องกันโรคและการเกิดโรคติดเชื้อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครองเพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค 3. ทำ หัตถกรรมขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Circumcision) 4. การติดตามและประเมินเพื่อติดตามและประเมินอาการหลังการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศและความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็ก 5. สรุปผลการดำเนินโครงการในภาพรวม
- เด็กและเยาวชนได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสามารถลดภาวะเสี่ยงของการออกเลือด(bleeding)
- เยาวชนและครอบครัว ได้ทราบถึงปัญหาและพิษภัยของโรคติดต่อโดยเฉพาะติดเชื้อทางเลือด
- สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งในการป้องกันโรคติดเชื้อและสามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
