โครงการเต้นบาสโลปเพื่อสุขภาพ ประจำปี 2566
-
นางกชามาศ เฉ่งไล่
-
นางพรรณผกา น้ำแก้ว
-
นางอารี พลอินทร์
-
นางมัลลิกา ช่วยสุวรรณ
-
นางวนิดา สี่หมื่น
ในปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบในหลายด้าน ถือเป็นภัยเงียบระดับชาติและเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข กลุ่มโรคดังกล่าวนี้มีสาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย ข้อมูลองค์การอนามัยโลกระบุประชากรทั่วโลกเสียชีวิตด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังร้อยละ 63 และที่สำคัญเป็นประชากรในประเทศกำลังพัฒนาถึงร้อยละ 80 ขณะที่คนไทยเสียชีวิตด้วยกลุ่มโรคนี้สูงกว่าอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยของประชากรทั้งโลกถึงร้อยละ 10 และสูงกว่าทุกประเทศในโลก การดำเนินการงานป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในปัจจุบัน ได้มีหลากหลายแนวคิดการดำเนินการ เช่น แนวทางการปฏิบัติงานตามองค์การอนามัยโลก แนวทางการปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุขตามคู่มือการปฏิบัติงานป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพใช้หลัก 3อ.2ส. คือ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการสำรวจชุประชาชน หมู่ที่ 1 3 6 และ 7 ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนใจการการออกกำลังกายและจากการคัดกรองการบริโภคหวาน มัน เค็ม ในครัวเรือนด้วยวาจา พบว่า ในแต่ละครัวเรือนเน้นการปรุงอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนที่สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพแก่ประชาชนและการออกกำลังกาย ดังนั้นชมรมรักษ์สุขภาพบ้านนาท่าม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและเพื่อเป็นการเฝ้าระวังปัญหา ควบคุม รักษาหรือส่งเสริมดำรงคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี และการปรับปรุงส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนให้มีการดูแลสุขภาพของตนเองและชุมชนได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม จึงได้จัดทำโครงการเต้นบาสโลปเพื่อสุขภาพร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลนาท่ามใต้ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาทางสุขภาพในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
-
ข้อที่ 1. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนในการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร80.0080.00
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารและนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง ร้อยละ 80
-
ข้อที่ 2. เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยลดหวาน มัน เค็ม ของประชาชน80.0080.00
- ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน มัน เค็ม ได้ ร้อยละ 60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ (ป้องกันโรค) 1.1 ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวาน-ความดัน 1.2 ให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน มัน เค็ม 1.3 ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการออกกำลังกาย ดัชนีมวลกาย (BMI) รอบเอว ความดัน ชีพจร
ค่าสมนาคุณวิทยากร (บรรยาย) จำนวน 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 30 คน เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 50 บาท จำนวน 30 คน เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าสื่อให้ความรู้การบริโภคอาหารแบบโซนสี พร้อม x-stand ขนาด 0.80 x 1.80 เมตร เป็นเงิน 1,400 บาท
ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.00 x 3.00 เมตร ตารางเมตรละ 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้
ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน มัน เค็ม ซึ่งเป็นการป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้
ประชาชนมีการออกกำลังกาย ทำให้มีกิจกรรมร่วมกันด้านสุขภาพในชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น
6650.00 บาท -
2. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกาย 2.1 ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเต้นการเต้นบาสโลป 2.2 แบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม 2.3 สาธิตการออกกำลังกายเต้นบาสโลป 2.4 กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยการเต้นบาสโลปเพื่อสุขภาพ ต่อเนื่องสั
ค่าสมนาคุณวิทยากร (บรรยายประโยชน์ของการเต้นบาสโลป) จำนวน 1 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 600 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร (นำเต้น) จำนวน 1 คน จำนวน 26 ชั่วโมงๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 7,800 บาท
ค่าน้ำดื่มกิจกรรมเต้นบาสโลป ต่อเนื่องวันละ 30 ขวดๆ ละ 5 บาท จำนวน 78 วัน เป็นเงิน 11,700 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้
ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน มัน เค็ม ซึ่งเป็นการป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้
ประชาชนมีการออกกำลังกาย ทำให้มีกิจกรรมร่วมกันด้านสุขภาพในชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น
20100.00 บาท
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้
- ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน มัน เค็ม ซึ่งเป็นการป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้
- ประชาชนมีการออกกำลังกาย ทำให้มีกิจกรรมร่วมกันด้านสุขภาพในชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น
