โครงการพัฒนาตำบลต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว
-
นายจวน ประภา
-
นางสาวอารีย์ ไทยกลาง
-
นางอบ บรรจงช่วย
-
นายสุทธิเดช สิทธิชัย
-
นางสมหมาย นานอน
จากคำนิยามว่าสังคมสูงวัย คือ สังคมที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุหรือประชากรที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยก็กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คาดว่าสังคมไทยกำลังจะเข้าสังคมผู้สูงอายุในปี 2568 โดยมีประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปร้อยละ 10 หรือมากกว่า 7 ล้านคน สัดส่วนของจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าว ทำให้อัตราส่วนภาระพึ่งพิง หรือภาระโดยรวมที่ประชากรวัยทำงานจะต้องเลี้ยงดูประชากรวัยเด็กและวัยสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น อัตราส่วนภาระพึ่งพิงของประชากรวัยสูงอายุเพิ่มขึ้น อาจจะนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัญหาในด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากมีภาวะด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลง มีความเสื่อมของร่างกาย ปัญหาด้านสุขภาพที่พบได้บ่อยๆในผู้สูงอายุ เช่น โรคเรื้อรัง สมองเสื่อม การหกล้ม เป็นต้น ผู้สูงอายุเป็นวัยที่พึ่งพาตนเองได้น้อยลง มีภาวะร่างกายที่เสื่อมถอยลง มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย ภูมิต้านทานโรคน้อยลง กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบต่างๆ เพื่อเสริมสร้างหลักประกันทางสังคมขั้นพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ การสร้างหลักประกันและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง เน้นการเสริมสร้างศักยภาพ และพัฒนาเครือข่ายระบบสุขภาพภาคประชาชนในการป้องกัน การฟื้นฟู สมรรถภาพและคุ้มครองด้านสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ถือเป็นบุคคลจิตอาสาให้ความช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน โดยอสม.จะช่วยดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนให้มีสุขภาพแข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดี ให้การดูแลที่ถูกต้อง การเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุ ส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมตามสถานะ ความช่วยเหลือและต้องดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อสม.เพื่อส่งต่อผู้สูงอายุหรือให้ความช่วยเหลือให้เหมาะสมตามอาการ การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว เป็นการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยและยืดระยะเวลาของการมีสุขภาพดีให้ยาวนานที่สุด อาจแบ่งผู้สูงอายุ ออกเป็น 3 กลุ่ม ตามกลุ่มศักยภาพความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน โดยใช้แบบประเมินดัชนีบาร์เทล เอดีแอล ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ติดสังคม พึ่งพาตนเองได้ กลุ่มที่ 2 ติดบ้าน ช่วยเหลือตนเองได้บ้าง บางส่วนต้องการความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันบ้าง กลุ่มที่ 3 ติดเตียง คือ ผู้สูงอายุที่ป่วย ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องการความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันและการดูแลฟื้นฟู สุขภาพต่อเนื่อง ชมรมผู้สูงอายุตำบลนาท่ามใต้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาตำบลต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นภาระต่อครอบครัวและสังคมต่อไป
-
ข้อที่ 1. เพื่อพัฒนาเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว80.0080.00
- จิตอาสาได้ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง และผู้มีภาวะพึ่งพิง ร้อยละ 100
-
ข้อที่ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบมีส่วนร่วม80.0080.00
- จิตอาสาช่วยดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
-
ข้อที่ 3. เพื่อส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุให้ผ่านเกณฑ์คุณภาพ80.0080.00
- ติดตามส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุให้ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ร้อยละ 95
-
ข้อที่ 4. เพื่อส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุให้ผ่านเกณฑ์คุณภาพ80.0080.00
- ติดตามการส่งเสริมดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ร้อยละ 95
-
กลุ่มวัยทำงาน60
-
กลุ่มผู้สูงอายุ11
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบตำบลและคณะทำงานชมรมผู้สูงอายุ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 25 คน เป็นเงิน 1,250 บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ผู้สูงอายุได้ตรวจสุขภาพและมีความรู้ เจตคติ ทักษะและการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้ถูกต้อง
ชุมชนโดย อสม.และผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้สามารถดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียงและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการส่งต่อเนื่องพบเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ทันท่วงที
มีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบมีส่วนร่วม
ชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์คุณภาพได้
1250.00 บาท -
2. อบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมาย 2.1 อบรมฟื้นฟูความรู้แกนนำ อสม. ในการส่งเสริมและคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ร้อยละ 100 2.2 ตรวจสุขภาพคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ร้อยละ 95 2.3 ส่งต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพตามระบบส่งต่อ ร้อยละ 100 2.4 ติดตามการดูแ
วิทยากร (รพ.สต.นาท่ามใต้สนับสนุน)
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 50 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 2,800 บาท เป็นเงิน 5,600 บาท
ค่าถ่ายเอกสาร จำนวน 2,100 แผ่นๆ ละ 0.50 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ผู้สูงอายุได้ตรวจสุขภาพและมีความรู้ เจตคติ ทักษะและการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้ถูกต้อง
ชุมชนโดย อสม.และผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้สามารถดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียงและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการส่งต่อเนื่องพบเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ทันท่วงที
มีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบมีส่วนร่วม
ชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์คุณภาพได้
11150.00 บาท -
3. การดำเนินงานประชุมใหญ่และจัดกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุ 3.1 ประชุมสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ 3.2 ตรวจสุขภาพคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 3.3 ดำเนินตามกิจกรรมชมรม 3.4 กิจกรรมเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ เพื่อนช่วยเพื่อนและกิจกรรมจิตอาสาในชุมชนดูแลสิ่งแวดล้อม
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 120 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าวัสดุในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในกิจกรรมเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ เพื่อนช่วยเพื่อนและกิจกรรมจิตอาสาในชุมชนดูแลสิ่งแวดล้อม ดังนี้
1) ไม้กวาด จำนวน 3 อันๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 150 บาท
2) ไม้ถูพื้น จำนวน 1 อันๆ ละ 130 บาท เป็นเงิน 130 บาท
3) ไม้กวาดทางมะพร้าว จำนวน 2 อันๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 100 บาท
4) น้ำยาล้างห้องน้ำ จำนวน 2 ขวดๆ ละ 40 บาท เป็นเงิน 80 บาท
5) น้ำยาถูกพื้น จำนวน 2 ขวดๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 140 บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566ผู้สูงอายุได้ตรวจสุขภาพและมีความรู้ เจตคติ ทักษะและการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้ถูกต้อง
ชุมชนโดย อสม.และผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้สามารถดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียงและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการส่งต่อเนื่องพบเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ทันท่วงที
มีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบมีส่วนร่วม
ชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์คุณภาพได้
3600.00 บาท
- ผู้สูงอายุได้ตรวจสุขภาพและมีความรู้ เจตคติ ทักษะและการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้ถูกต้อง
- ชุมชนโดย อสม.และผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้สามารถดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียงและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้
- ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการส่งต่อเนื่องพบเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ทันท่วงที
- มีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบมีส่วนร่วม
- ชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์คุณภาพได้
