โครงการรณรงค์ ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
หลักการเหตุผล
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อโดยมียุงลายเป็นพาหะ ที่สร้างความสูญเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสีย ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย พบว่า มีอุบัติการณ์ต่ำกว่าค่ามัธยฐาน ๕ ปี ย้อนหลังอย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี (พ.ศ. 2563 -2564) จึงมีโอกาสที่ในปี พ.ศ.2565 จะเกิดการระบาดมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปีอาจมีผู้ป่วยสูงถึง 95,000 ราย โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีมีแนวโน้ม พบจำนวนผู้ป่วยประมาณ 3,000 – 4,000 รายต่อเดือน และเริ่มสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม จนสูงที่สุดประมาณ 10,000 – 16,000 รายต่อเดือนในช่วงฤดูฝน (เดือนมิถุนายน - กันยายน)
ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยน แนวคิดในการแก้ไขปัญหา จากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองพร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน โรงเรียน ศาสนสถาน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการและจะเห็นได้ว่าอัตราการป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบดูจากสถิติการเกิดโรคในปีที่ผ่านมา การระบาดของโรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายนของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งพอดี และนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวัน จึงสันนิษฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้งชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนและศาสนสถาน ด้วยเหตุนี้การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้ง จากชุมชน โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก
จากปัญหาดังกล่าว ประชาชน แกนนำสุขภาพประจำครอบครัวและ อสม.หมู่ที่ 1 , 3 , 9 , 10,11 และหมู่ที่๑4ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว ได้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยมีความเห็นร่วมกันที่จะให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว เป็นผู้มีบทบาทกระตุ้นเตือนชุมชนและร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่องในชุมชน และให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในระดับท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาไข้เลือดออกในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงได้ทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกขึ้น
-
๑.เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก0.00
-
๒.เพื่อให้ชุมชนดำเนินกิจกรรมทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในชุมชนอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง0.00
-
๓.เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมโรคในพื้นที่0.00
-
๔. เพื่อลดค่า HI CI ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานหรือเท่ากับศูนย์0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน83
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม
ค่าทรายอเบทกำจัดลูกน้ำจำนวน ๖ ถังๆละ ๔,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๒๔,๐๐๐ บาท
ค่าสเปร่ย์กำจัดยุง ขนาด ๖๐๐ ml จำนวน ๕ ขวดๆละ ๑๑๐ บาท เป็นเงิน ๕๕๐ บาท
- ค่าค่าน้ำดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่/ อสม ในการออกสำรวจและรณรงค์ป้องกันและควบคุม ไข้เลือดออก
จำนวน 8๓ คน ๆ ละ ๑ มื้อ ๆ ละ 10 บาทจำนวน ๖ ครั้ง เป็นเงิน ๔,๙๘0 บาท
- ค่าน้ำแข็ง ๖ กระสอบ ๆ ละ 25 ก.ก.ๆละ 4 บาท เป็นเงิน ๖๐๐ บาท
- ค่าค่าน้ำดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่/ อสม ในการออกสำรวจและรณรงค์ป้องกันและควบคุม ไข้เลือดออก
ค่าโลชั่นทากันยุง จำนวน ๓๖ ซองๆละ ๖ บาท เป็นเงิน ๒๑๖ บาท
ค่าถ่ายเอกสารแผ่นพับจำนวน ๑,๕๐๐ แผ่นๆละ ๑ บาท เป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท
ค่าถ่ายเอกสารแบบสำรวจลูกน้ำยุงลาย จำนวน ๑,๐๐๐ แผ่นๆละ ๐.๕ บาท เป็นเงิน ๕๐๐ บาท
15 กันยายน 2566 ถึง 22 กันยายน 256632346.00 บาท
๑. ไม่มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ๒.ไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในพื้นที่ ๓. สามารถเฝ้าระวังและควบคุมโรคในพื้นที่ได้
