โครงการชุมชนคลองเลยร่วมใจร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในปีงบประมาณ 2566
ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โดยใช้แนวทางการดำเนินงานที่มีชื่อว่า “ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี” เป็นระบบการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มปกติ/เสี่ยง/ป่วย โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในประเทศไทย:นโยบายสู่การปฏิบัติสำหรับสถานบริการสุขภาพระดับ ปฐมภูมิฉบับนี้ได้ประยุกต์จากแนวคิดการคัดกรองประชาชน อายุ 15-65 ปีขึ้นไป ตามแนวทางปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ภายใต้ระบบการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในประเทศไทย : นโยบาย สู่ การปฏิบัติเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่นำสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างสอดคล้องเชื่อมโยงอย่างเหมาะสม สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) 2 ส. (ดื่มสุรา สูบบุหรี่) ในการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมอง โรคไตวาย โรคมะเร็งซึ่งมีหลักการดำเนินงาน ดังนี้ ขั้นที่หนึ่งคัดกรองประชาชน อายุ 15-65 ปีขึ้นไป และจำแนกเป็น 7 สี/7 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ (สีขาว) กลุ่มเสี่ยง (สีเขียวอ่อน) และกลุ่มป่วยต้องกินยาควบคุมอาการ ได้แก่ ป่วยระดับ 0 (สีเขียวเข้ม) ป่วยระดับ 1 (สีเหลือง) ป่วยระดับ 2 (สีส้ม) ป่วยระดับ 3 (สีแดง) และป่วยรุนแรงมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ตา ไต เท้า (สีดำ) ขั้นที่สองดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) 2 ส. (สุรา สูบบุหรี่) เพื่อควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมอง โรคไตวาย โรคมะเร็ง ขั้นที่สามกระบวนการสุขศึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และสี่การติดตามประเมินผลจากระดับความสีที่ลดลงซึ่งลดความรุนแรงลง จากการดำเนินงานคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตและเบาหวานและติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ในกลุ่มอายุ 15 ปี ขึ้นไป ปีงบประมาณ 2565 ของ อสม. หมู่ 7 บ้านศาลาใหม่ พบอัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 8 คน คิดเป็น 493.83 ต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นจากปี 2564 (7 คน 430.24 ต่อแสนประชากร) อัตราป่วยตายด้วยโรคความดันโลหิตสูงเท่ากับ 1.54 ลดลงจากปี 2564 (4.65) และพบอัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวาน จำนวน 4 คน คิดเป็น 246.91 ต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นจากปี 2564 (4 คน 184.39 ต่อแสนประชากร) อัตราป่วยตายด้วยโรคความเบาหวานเท่ากับ 1.59 ลดลงจากปี 2564 (6.35) การเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและการส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองมีความจำเป็น เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและเพื่อให้เกิดความตระหนักที่ยั่งยืน ทั้งในด้านอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร ที่ต้องส่งเสริมการบริโภค ผัก ผลไม้ ลดละเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่น ลดปริมาณข้าว เลี่ยงน้ำบูดู ฯลฯ และใช้เมนูอาหารพื้นบ้าน เมนูอาหารเป็นยา เมนูชูสุขภาพ ผักสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เพื่อการส่งเสริมและป้องกันโรค
-
1. เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมและเกิดความยั่งยืนในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนด้วยกันเอง0.00
- กลุ่ม/ชุมชน/กลุ่มเป้าหมาย มีการรวมตัวกันตรวจสุขภาพ บันทึกผล การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
-
2. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เกิดความตระหนัก ในการตรวจสุขภาพ เฝ้าระวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง0.00
2.อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ต่อแสนประชากรลดลงจากปี 2565
3.อัตราการป่วยตายด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ลดลงจากปี 2565
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการคัดกรองตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง (การตรวจสุขภาพ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50คนๆ ละ 2 ครั้งๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 25.- บาท เป็นเงิน 2,500.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆ ละ 2 ครั้งๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 70.- บาท เป็นเงิน 7,000.-บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,500.-บาท (เก้าพันห้าร้อยบาทถ้วน)
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566อัตราการป่วย/ตายด้วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/อัมพฤกษ์ อัมพาตลดลง
9500.00 บาท
- ประชาชนตระหนักและใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชน สามารถพึ่งพาตนเองได้โดยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพหรือวิถีชีวิตที่ก่อหรือเสริมการเป็นโรคได้ถูกต้องเหมาะสม
- อัตราการป่วย/ตายด้วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/อัมพฤกษ์ อัมพาตลดลง
- อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานลดลง
