โครงการป้องกันและควบคุม โรคไข้เลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนและ อสม.
-
นายพัทธนัย จอเอียด
-
ร้อยละการลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก70.00
-
ร้อยละการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลาย70.00
-
การจัดหาเครื่องพ่นหมอกควัน และวัสดุ อุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก1.00
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อโดยมียุงลายเป็นพาหะ และนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวัน จึงสันนิฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้น ได้ทั้งชุมชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนและศาสนสถาน ที่สร้างความสูญเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสีย ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากโรคนี้มีแนวโน้มการระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปีและพบว่าประชากรที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเด็กวัยเรียนที่มีอายุตั้งแต่ ๕ – ๑๔ ปีแต่ปัจจุบันยังพบผู้ป่วย ไข้เลือดออกในผู้ใหญ่และมีการเกิดโรคตลอดทั้งปีอีกด้วย ซึ่งในการควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจึงได้กำหนดแนวทางดำเนินการควบคุมโรค เหตุรำคาญ และภัยสุขภาพ ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖๗ (๓) บัญญัติให้ องค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่ในการป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ ประกอบกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ (๖) และ (๓๙) บัญญัติให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริม การฝึก และประกอบอาชีพ การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล หลักการควบคุมโรคไข้เลือดออก แบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ การป้องกันโรคล่วงหน้า และการควบคุมเมื่อมีการระบาดมาตรการป้องกันโรคล่วงหน้า เป็นกิจกรรมดำเนินงาน เตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกเกิดขึ้น ก่อนที่จะถึงฤดูกาลระบาด โดยลดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายและยุงตัวเต็มวัยให้เหลือจำนวนน้อยที่สุด ถือว่า เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ การป้องกันโรคล่วงหน้ามีกิจกรรม ดังนี้(๑.) ให้ความรู้กับประชาชน ในเรื่องปัจจัยที่ก่อให้เกิดการป่วย โดยการจัดการบ้านเรือนของตนไม่ให้มีแหล่ง เพาะพันธุ์ยุง และวิธีการปฏิบัติเมื่อสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก อาจจะทำได้หลายช่องทางด้วยกัน คือทางสื่อมวลชน เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เสียงตามสาย และหอกระจ่ายข่าวทางโรงเรียน โดยให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกแก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ไปถ่ายทอด และ ไปปฏิบัติที่บ้านแจกเอกสาร เช่น แผ่นพับ คู่มือ(๒.) ขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในท้องที่ ให้เผยแพร่ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก (๓.) ขอความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น/พระ ในการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชน (๔.) การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย (๔.๑) วิธีทางกายภาพ ได้แก่ ปิดภาชนะเก็บน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงวางไข่,เปลี่ยนน้ำในภาชนะ ทุกๆ ๗ วัน เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย , จัดการสิ่งแวดล้อม เช่น กำจัดแหล่งขยะที่มีภาชนะน้ำขังได้(๔.๒) วิธีทางชีวภาพ ได้แก่ การปล่อยปลากินลูกน้ำ ( ๔.๓ ) วิธีทางเคมี ได้แก่ ใส่ทรายทีมีฟอส , การพ่นเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัย เป็นวิธีควบคุมยุงลายที่ได้ผลดี แต่ให้ผลเพียงระยะสั้น (เพียง ๓ – ๕ วัน) และอาจทำให้เกิดการดื้อยา จำเป็นต้องมี การควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายร่วมด้วยเสมอ สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ปี ๒๕๖๖ ( มกราคม.- กุมภาพันธ์. ) ในเขตพื้นที่อำเภอสิงหนครเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลในเดือนมกราคม ย้อนหลัง ๕ ปี พบว่ามีอัตราป่วยเกินค่ามัธยฐาน ๓เท่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตำบลที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือต.ทำนบอัตราป่วยเท่ากับ ๙๒.๖๑ ( ๔ ราย ) รองลงมาต.ชะแล้ เท่ากับ ๗๐.๐๐ ( ๒ ราย ) , ต.ชิงโค เท่ากับ ๔๓.๘๐ ( ๒ ราย ) , ต.สทิงหม้อ เท่ากับ ๔๐.๐๑ ( ๕ ราย ) , ต.หัวเขา เท่ากับ ๓๖.๘๕ ( ๓ ราย ) , ต.รำแดง เท่ากับ ๑๙.๕๔ ( ๑ ราย ) , ต.ม่วงงาม เท่ากับ ๑๖.๙๖ ( ๒ ราย ) . ต.วัดขนุน เท่ากับ ๑๑.๘๔ ( ๑ ราย )ต.บางเขียดต.ป่าขาด และ ต.ปากรอ ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออก การควบคุมโรคไข้เลือดออกต้องดำเนินการทั้งทางด้านกายภาพเคมี และชีวภาพร่วมกัน โดยการกำจัดลูกน้ำและตัวแก่ในเวลาใกล้เคียงกันจึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการป้องกัน ควบคุมโรคไข้เลือดออก จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าตำบลทำนบ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกในเด็กเล็ก นักเรียน และประชาชน ในพื้นที่ของตำบลทำนบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพร้าว หมู่ที่ ๓ ตำบลทำนบ จึงได้จัดทำโครงการ “ ป้องกันและควบคุม โรคไข้เลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนและ อสม.” ขึ้น เพื่อประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือควบคุม เฝ้าระวัง ป้องกันภัยโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นการเตรียมรับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกและให้มีการทำงานอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพและเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนในชุมชนวัดโรงเรียนตลอดจนทุกภาคส่วน สร้างความตระหนัก และรับมือกับการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้
-
เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก90.00
อัตราป่วยของโรคไข้เลือดออกลดลง
-
เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลาย90.00
ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย HI น้อยกว่าหรือเท่ากับ ๑๐ CI เท่ากับ ๐
-
เพื่อจัดหาเครื่องพ่นหมอกควัน และวัสดุ อุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก1.00
เครื่องพ่นหมอกควันและวัสดุ อุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก
-
ประชาชนทุกหลังคาเรือน1123
-
วัด4
-
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก1
-
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน96
-
โรงเรียน3
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำโครงการควบคุม เฝ้าระวัง ป้องกันภัยโรคไข้เลือดออกในตำบลทำนบ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖
จัดทำโครงการป้องกันและควบคุม โรคไข้เลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนและ อสม.
1 เมษายน 2566 ถึง 30 เมษายน 2566เสนอโครงการ
0.00 บาท -
ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ เหตุผลและความจำเป็นจัดหาเครื่องพ่นหมอกควัน และวัสดุ อุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก
ชี้แจงวัตถุประสงค์ เหตุผลและความจำเป็นจัดหาเครื่องพ่นหมอกควัน และวัสดุ อุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก
1 เมษายน 2566 ถึง 30 เมษายน 2566ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของความจำเป็นในความต้องการเครื่องพ้นหมอกควัน
0.00 บาท -
กิจกรรมประชุมเตรียมความพร้อม อบรมให้ความรู้
งบประมาณ ๑. อาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๕๐ คนๆละ ๒๕ บาท เป็นเงิน ๑,๒๕๐ บาท ๒. ป้ายโครงการขนาด ๒ x ๓ ม. จำนวน ๑ แผ่นๆละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวโรคไข้เลือดออก
2250.00 บาท -
กิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และสำรวจลูกน้ำ ยุงลาย รณรงค์ ควบคุม ป้องกันโรคล่วงหน้า
งบประมาณ ๑ ในชุมชน / หมู่บ้าน ( ดำเนินการทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ ๑ ของทุกเดือน) - ค่าทรายอะเบท จำนวน ๕ถังๆละ ๔,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐บาท -สติกเกอร์ความรู้ การป้องกันโรคไข้เลือดออก ขนาด ๑๗ x ๒๓ ซม. จำนวน ๗๐๐ แผ่นๆ ๑๘ บาท เป็นเงิน ๑๒,๖๐๐บาท
-ป้ายรณรงค์ให้ความรู้ การป้องกัน เรื่องโรคไข้เลือดออก ขนาด ๑.๕ x ๒.๕ ม. จำนวน๗แผ่นๆละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๔,๒๐๐บาท
๒.ในโรงเรียน / ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ( ดำเนินการก่อนเปิดภาคเรียน : โดยใช้เครื่องพ่นหมอกควันแบบสะพายไหล่ หรือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV สะพายไหล่ ร่วมกับเครื่องพ่นหมอกควันขนาดเล็ก )
-เครื่องพ่นหมอกควันขนาดเล็ก จำนวน ๑เครื่องๆละ๙,๕๐๐บาท เป็นเงิน ๙,๕๐๐บาท -น้ำยาพ่นหมอกควัน / น้ำยาพ่นยุงจำนวน ๒ ขวดๆละ ๒,๕๐๐ บาท เป็นเงิน๕,๐๐๐บาท -ค่าน้ำมันเบนซินจำนวน ๒๐ ลิตรๆละ ๔๐ บาท ( ราคาตามท้องตลาด ) เป็นเงิน ๘๐๐บาท - ค่าน้ำมันโซล่า ( ดีเซล )จำนวน ๔๐ ลิตรๆละ ๓๖ บาท ( ราคาตามท้องตลาด ) เป็นเงิน๑,๔๔๐บาท -แก๊สกระป๋อง ขนาด ๓๗๕ มล. จำนวน ๘ กระป๋องๆละ ๑๕๐ บาท เป็นเงิน ๑,๒๐๐บาท - ค่าจ้างพ่นหมอกควันจำนวน ๒ คนๆละ ๓๐๐ บาท / ครั้ง จำนวน๔ครั้งเป็นเงิน๒,๔๐๐บาท1 มิถุนายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ลดประมาณแหล่งจำเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลาย
57140.00 บาท -
กิจกรรม ควบคุมโรคไข้เลือดออก ในช่วงระบาดของโรค หรือกรณีมีผู้ป่วยในพื้นที่
กรณีมีผู้ป่วยในพื้นที่ ดำเนินกิจกรรม อย่างน้อย ๒ ครั้ง ห่างกัน ๗ วัน และกรณีมีการระบาด หรือมีผู้ป่วย second generation ( Generation 2 ) ดำเนินกิจกรรมทุกสัปดาห์อย่างน้อย ๑ เดือนดำเนินการในชุมชน และในโรงเรียน โดยใช้กิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และสำรวจลูกน้ำ ยุงลาย ร่วมกับการ ใช้เครื่องพ่นหมอกควัน กำจัดตัวแก่ยุงลาย ในในชุมชน และในโรงเรียน ที่ระบาด
๑. ค่าทรายอะเบท จำนวน ๒ถังๆละ ๔,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๘,๐๐๐บาท ๒. น้ำยาพ่นหมอกควัน / น้ำยาพ่นยุงจำนวน ๒ ขวดๆละ ๒,๕๐๐ บาท
เป็นเงิน๕,๐๐๐บาท ๓. ค่าน้ำมันเบนซินจำนวน ๓๐ ลิตรๆ ละ ๔๐ บาท
( ราคาตามท้องตลาด ) เป็นเงิน๑,๒๐๐บาท ๔. ค่าน้ำมันโซล่า ( ดีเซล )จำนวน ๖๐ ลิตรๆละ ๓๖ บาท
( ราคาตามท้องตลาด ) เป็นเงิน๒,๑๖๐บาท ๕. แก๊สกระป๋องขนาด ๓๗๕ มล.จำนวน ๑๒ กระป๋องๆละ ๑๕๐ บาท เป็นเงิน ๑,๘๐๐บาท ๖. ค่าจ้างพ่นหมอกควันจำนวน ๒ คนๆละ ๓๐๐ บาท/ ครั้ง เป็นเงิน_๘,๔๐๐บาท ( โดยระหว่างปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๕ มีผู้ป่วยไข้เลือดออกเฉลี่ย จำนวน ๗ ราย / ปี )1 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ลดการเสี่ยงของโรคไข้เลือดออก ในกรณีผู้ป่วยในพื้นที่
26560.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
1 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566สรุปผลการดำเนินโครงการ
0.00 บาท
ค่าใช้จ่ายถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
๑. ลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก
๒. ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องโรคไข้เลือดออก
๓. ประชาชนให้ความร่วมมือในการดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก
๔. ทำให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
