โครงการตรวจคัดกรอง และเฝ้าระวัง สารเคมีตกค้างในเลือดของกลุ่มเสี่ยงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในของร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ระบบประสาทระบบสืบพันธ์ และตา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไว้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น เขาปู่เป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้มากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และปลูกพืชผักตลอดทั้งปี ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพีช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ จากข้อมูลดั่งกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในตำบลเขาปู่ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาปู่ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลเขาปู่ จึงได้จัดทำโครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตกรตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพตขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลเขาปู่ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีให้ถูกต้อง
-
เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกร0.00
กลุ่มเกษตรกรได้รับการตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด ร้อยละ 80
-
เพื่อให้เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับสมุนไพรชาชงรางจืด0.00
กลุ่มเกษตรกรที่มีปริมาณสารเคมีในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ได้รับสมุนไพรชางชงรางจืด ร้อยละ 80
-
เพื่อให้เกษตรกรเกิดความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง0.00
กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ในการดูแลสุขภาพปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้
-ให้ความรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้สมุนไพรลดสารเคมีในเลือด
- ค่าวิทยากร
วิทยากร 1 คน คนละ 4 ชม. ชม.ละ300 บาท = 1,200 บาท
ค่าอาหารว่าง จำวน 1 มื้อ 1 x 25บ x 100 คน = 2,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 1มื้อ 1x60x100 คน = 6,000
1 มิถุนายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 25669700.00 บาท - ค่าวิทยากร
-
กิจกรรมตรวจปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด
-ตรวจปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด
-ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้สมุนไพรรางจืด เพื่อลดระดับสารเคมีในเลือด
-แจกพันธุ์ผักสวนครัว ผักสมุนไพรเพื่อปลูกแบบปลอดสารพิษไว้รับประทานเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
-เข็มเจาะเลือดปลายนิ้ว จำนวน1 กล่อง กล่องละ 1,500 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
-ค่ากระดาษตรวจโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 2 ชุด
ชุดละ 1,800 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
-ค่าสมุนไพรรางจืดแบบแห้งบดผง จำนวน 4 กิโลกรัม
กิโลกรัมละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
-ค่าสมุนไพรใบเตยหอมแบบแห้งบดผง จำนวน 2 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท
-ค่าบรรจุชาชงและติดฉลากผลิตภัณฑ์ จำนวน 100 กล่อง กล่องละ 10 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
-ค่าซองผลิตภัณฑ์ จำนวน 100 ซอง ซองละ 20 บาท
เป็นเงิน 2,000 บาท
-ค่าซองชา จำนวน จำนวน 4 ชุด ชุดละ 100 บาท เป็นเงิน 400 บาท
-ค่าฉลากชาชง จำนวน 100 ดวง ดวงละ 15 บาท เป็นเงิน 1,500บาท
-ค่าพันธุ์ผักสวนครัว ผักสมุนไพร จำนวน 100 ถุง ถุงละ 20 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 256615300.00 บาท
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีศัตรูพืช และมีความรู้ในการใช้สมุนไพรเพื่อลดระดับสารพิษในเลือด
