โครงการกายบริหารเพื่อสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี
ปัจจุบันสถานการณ์โลกได้เปลี่ยนแปลงไปเกิดโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นมากมาย และเป็นสังคมยุคดิจิตอล พฤติกรรมการเป็นอยู่ของเด็กในสมัยนี้จึงแตกต่างจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก ในสมัยก่อนนั้น เด็กจะมีการละเล่นที่เคลื่อนไหวร่างกาย แต่เด็กสมัยนี้จะจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยลงมากทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียนรวมไปถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาอ่อนแอ ส่งผลต่อสุขภาพและการศึกษาของนักเรียน จากผลสำรวจ “เด็กไทยในยุค ไทยแลนด์ 4.0” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยสอบถามความคิดจากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น 1,250 ตัวอย่าง ซึ่งจากการสำรวจ กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นต่อ เด็กไทยในยุค ไทยแลนด์ 4.0 ว่ามีความต่างจากเด็กสมัยก่อนหลายข้อ และข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยในปัจจุบันถูกเรียกว่า “สังคมก้มหน้า” เพราะผู้คนสนใจสิ่งที่อยู่ในมือถือมากกว่าจะหันมาคุยกับคนรอบข้าง และเมื่อผู้ใหญ่ยังเป็นเช่นนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กสมัยนี้จะมีเพื่อนเป็นมือถือ และคอมพิวเตอร์ มากกว่าการทำกิจกรรมทางกายหรือเล่นกับเพื่อน ทำให้เด็กในยุคนี้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยต่อเรื่องนี้ ร้อยละ 45.56 โรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี)มีนักเรียน จำนวน 80 คน มีภาวะอ้วน จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 11.25ครูและบุคลกรทางการศึกษา จำนวน 12คน มีภาวะอ้วน 4 คนคิดเป็นร้อยละ 33.33.จากปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านปริกใต้(นำราษฎร์สามัคคี)ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงอยากปลูกฝังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กนักเรียน รวมทั้งครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้หันมาให้ความสำคัญต่อการทำกิจกรรมทางกายหรือการออกกำลังกาย มากกว่าการการเก็บตัวอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย ลดภาวะอ้วน และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เกิดการทำกิจกรรมการออกกำลังกายเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ลดความเสี่ยงจากโรคภัยต่างๆจึงได้จัดทำโครงการ“กายบริหารเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี”ขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายในนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา0.00
1.เด็กนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 100
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีการทำกิจกรรมทางกาย0.00
1.เด็กนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้หลังการอบบรม ร้อยละ 100
2.นักเรียนครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มอ้วน และกลุ่มเสี่ยงมีค่า BMI ลดลง
3.นักเรียนครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มปกติมีค่า BMI ไม่เพิ่มขึ้น หรือคงที่
-
เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บและอบายมุข0.00
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน80
-
กลุ่มวัยทำงาน12
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องผลดีและผลเสียต่อสุขภาพของการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และกายบริหารเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีและประเมินสุขภาพเบื้องต้นก่อนการจัดกิจกรรมออกกำลังกาย
ค่าป้ายไวนิลโครงการและสื่อให้ความรู้ จำนวน 4 ผืนๆละ400 บาท เป็นเงิน 1,600บาท
ค่าวิทยากรในการอบรม จำนวน 4 ชม.ๆละ 600 บาทเป็นเงิน 2,400 บาท
ค่าอาหารกลางวันจำนวน 92คนมื้อละ70บาท เป็นเงิน 6,440 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 92คนมื้อละ25บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,600บาท
ค่ากระดาษ2รีมๆละ 150 บาท เป็นเงิน 300 บาท
รวมเป็นเงิน15,340 บาท
ถึง15340.00 บาท -
กิจกรรมกายบริหาร -กายบริหารทุกเช้า(ทุกวัน) -กายบริหารยามเย็นสัปดาห์ละ3ครั้ง
- ค่าเครื่องเสียงแบบพกพาสำหรับออกกำลังกายกลางแจ้ง เป็นเงิน 9,800 บาท
รวมเป็นเงิน 9,800 บาท
ถึง9800.00 บาท -
สรุปผลประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการถึง0.00 บาท
1.นักเรียนครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการวมกลุ่มทำกิจกรรมกรรมด้านสุขภาพร่วมกัน 2.การจัดกิจกรรมการออกกำลังกายสามารถเป็นแบบอย่างให้แก่นักเรียน และชุมชนได้
