โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยง ลดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงเพื่อประชาชน สุขภาพกายดี
-
นายวิชัยกังเจริญกุล
-
นางนิตยา ดิเส็ม
-
นายสุธน เกตุดำ
-
นางสาวกุสุมาแข็งแรง
ในปัจจุบันนี้ แม้การแพทย์จะสามารถเอาชนะโรคร้ายต่างๆมากมาย ทำให้ประชากรโลกรอดพ้นจากการเจ็บป่วยและมีอายุยืนยาวขึ้น แต่จำนวนคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมัน โรคหัวใจและหลอดเลือด กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังเหล่านี้คือพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของบุคคลขาดความสมดุล เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารรสหวานจัดและเค็มจัด ไม่รับประทานผัก ผลไม้ ไม่ออกกำลังกาย การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายเกินไป และการใช้สารเสพติด เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการระบุว่าความเครียดในชีวิต ยังเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ คนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังคือ ผู้มีภาวะอ้วน ผู้มีคลอเรสเตอรอลสูง ผู้มีอายุเกิน ๓๕ ปี ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะความเครียดสูง (พนิดา วสุธาพิทักษ์,๒๕๕๕)
จากข้อมูลการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหว้า ปี ๒๕๖๕ ในประชากร ๓๕ ปี ขึ้นไป จำนวน ๑,๒๔๒ คน พบว่ามีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน ๑๖๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๖o กลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน ๕ คน คิดเป็นร้อยละ o.๔o มีภาวะเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง จำนวน ๗o คน คิดเป็นร้อยละ ๕.๖๓ กลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน ๒๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๘.o๕
จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหว้า จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยง ลดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพื่อประชาชน
สุขภาพกายดี กลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ0.00
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อชะลอภาวะการเกิดโรค0.00
กลุ่มเสี่ยงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อชะลอภาวะการเกิดโรค
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่อง 3อ 2ส
1.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 วันๆ ละ 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน3,600บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง จำนวน 50 คนๆ ละ 2 มื้อๆละ 30 บาทเป็นเงิน3,000 บาท
3.ค่าอาหารกลางวันในการจัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 50 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500บาท
4.ค่าไวนิลโครงการ 1ป้ายขนาด 1 × 3 เมตรป้ายละ 450บาท เป็นเงิน450บาท
5.ค่าจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต สำหรับ อสม. ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน จำนวน 3 เครื่อง
ราคาเครื่องละ 2,500 บาท เป็นเงิน7,500บาท6.ค่าจัดซื้อเครื่องเจาะน้ำตาลในเลือดสำหรับ อสม.ติดตามเจาะระดับน้ำตาลในเลือดที่บ้าน จำนวน 3 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1,500 บาท เป็นเงิน 4,500บาท
7.ค่าจัดทำสมุดบันทึกพฤติกรรมสุขภาพจำนวน 50 ชุดๆละ 40 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
8.ค่าวัสดุโครงการ
- กระดาษเขียนแบบ จำนวน 30 แผ่น แผ่นละ 4 บาทเป็นเงิน 120 บาทปากกาเคมี 2 หัว สีน้ำเงิน 5 ด้าม สีแดง 5 ด้าม ด้ามละ 20 บาทเป็นเงิน200 บาท
แฟ้มซองกระดุม จำนวน 50 ซอง ซองละ 25 บาทเป็นเงิน 1,250 บาท
กระดาษA4 จำนวน 2 รีม รีมละ 150 บาทเป็นเงิน 300 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 30 กันยายน 256626420.00 บาท
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ มีทักษะที่เหมาสม และเป็นแบบอย่างในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชนในการป้องกันและควบคุมไม่ให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และโรคอ้วนลงพุงได้
