โครงการเสริมพลังผู้ป่วยเบาหวานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
-
นางคอลีเยาะ เจะแว
ปัจจุบันโรคเรื้อรังถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรังยังไม่สามารถควบคุมโรคได้ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะโรคเบาหวานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในประชากรทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสุขภาพคนไทย พบความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.9 หรือมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน โดยที่การควบคุมหรือป้องกันของโรคเบาหวานหรือการรักษาของผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถทำได้เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากการขาดความร่วมมือ การปฏิเสธการตรวจติดตาม การรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต เท้า หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจตามมา
จากการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของอำเภอสายบุรีพบว่า ปี 2565 มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน 2,813 คน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 16.03 และในตำบลตะลุบันมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 651 คน ผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถควบคุมระกับน้ำตาลในเลือดได้(HbA1C < 7) จำนวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 18.12 ปัญหาส่วนใหญ่จากการควบคุมโรคได้ไม่ดี เกิดจากผู้ป่วยเบาหวานมีระยะเวลาในการเจ็บป่วยมากกว่า 10 ปี มีภาวะแทรกซ้อนทางไตและหลอดเลือด ในด้านการสร้างเสริมสุขภาพตนเอง พบว่ารู้สึกกลัวไม่กล้าเจาะน้ำตาลปลายนิ้วด้วยตนเอง ทั้งยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ครอบครัว ไม่มีเครื่องตรวจน้ำตาลปลายนิ้วเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้ไม่สามารถตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อสังเกตอาการของตนเองว่าเป็นภาวะน้ำตาลสูงหรือน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ในแต่ละวันโดยปกติจะมีพยาบาลประจำครอบครัวลงเยี่ยมบ้าน เจาะติดตามให้ทุกเดือน
ดังนั้นโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรีเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน ให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความสามารถในการจัดการตนเองและควบคุมระดับน้ำตาลได้ด้วยตนเอง รวมถึงการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงได้จัดทำโครงการเสริมพลังผู้ป่วยเบาหวานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
-
1. มีความเชื่อในความสามารถของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการควบคุมโรคเบาหวานได้อย่างถูกต้อง 2. มีพฤติกรรมการดูแลตนเองในเรื่องการรับประทาน อาหาร การมีกิจกรรมทางกาย การจัดการความเครียด การรับประทานยยาหรือฉีดยา การดูแลและเฝ้าระวัง ภาวะแทรกซ้อน (เท้า/น้ำตาลในเลือดต่ำ) ได้อย่าง เหมาะสม 3. มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงหลังจากการเข้าร่วม โครงการครบ 4 เดือน (ในรายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกินเกณฑ์) 4. มีความพึ่งพอใจในการเข้าร่วมโครงการในระดับมาก ขึ้นไป0.00
1.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความเชื่อความสามารถของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการควบคุมโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น
2.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีพฤติกรรมการดูแลตนเองในเรื่องการรับประทานอาหาร การมีกิจกรรมทางกาย การจัดการความเครียด รับประทานยาหรือฉีดยา ดูแลและเผ้าระวังภาวะแทรกซ้อน (เท้า/น้ำตาลในเลือดต่ำ) ได้ถูกต้องเพิ่มขึ้น
3.ร้อยละ 80 ขอผู้เข้าร่วมโครงการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงกลังจากเข้าร่วมโครงการครบ 4 เดือน
4.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในกิจกรรมของโครงการระดับมากขึ้นไป
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมเพื่อชี้แจงโครงการ
1 ประชุมเพื่อชี้แจงโครงการและติดตามผลการดำเนินงานแก่กลุ่มเป้าหมายและผู้ดูแลหลัก
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ x 70 คน x 25 บาท x 3 ครั้ง เป็นเงิน 4,500 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 พฤษภาคม 25674500.00 บาท -
จัดโปรแกรมการดูแล โดยให้กลุ่มเป้าหมายมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเองที่บ้าน (SMBG)
2 จัดโปรแกรมการดูแล โดยให้กลุ่มเป้าหมายมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเองที่บ้าน (SMBG)
งบประมาณ
ค่าแผ่นตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน 6,000 แผ่นๆละ 7 บาท เป็นเงิน 42,000 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 พฤษภาคม 256742000.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการควบคุมโรคเบาหวานได้อย่างถูกต้อง 2 ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
