โครงการป้องกันการตกน้ำ จมน้ำในเด็กนักเรียน ปีงบประมาณ 2566
-
กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวมโรงพยาบาลสุคิริน
-
ร้อยละของกลุ่มเด็กวัยเรียนเเละเยาวชนที่ว่ายน้ำไม่เป็น80.00
เด็กนักเรียนในวัยเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับอันตรายหรืออันตรายถึงชีวิตจากพฤติกรรมการเล่นน้ำที่ไม่ปลอดภัยของกลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนเด็กชั้นอนุบาลจะมีความเสี่ยงของการตกน้ำ จมน้ำได้ง่ายกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ หากโรงเรียนมีแหล่งน้ำเสี่ยงควรได้รับการแก้ไขทันที จากตัวเลขสถิติการเสียชีวิตที่ไม่น้อย ทำให้ การจมน้ำ จึงถูกองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเป็นหนึ่งในภัยเร่งด่วนต่อสุขภาพของสาธารณชน โดยในทางปฏิบัติ WHO และประเทศสมาชิกทั่วโลก ต่างพยายามสร้างความตระหนักและส่งเสริมการดำเนินงานขับเคลื่อนที่สอดประสานกันเพื่อป้องกันภัยจากการจมน้ำร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ในปีหนึ่ง ๆ ทั่วโลก ต้องสูญเสียชีวิตผู้คนไปกว่า 3 แสนคน จากอุบัติเหตุจมน้ำ โดยกว่าร้อยละ 90 ในจำนวนนี้เป็นประชากรในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง ซึ่งครึ่งหนึ่งนั้นยังเป็นเด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ โดยเฉพาะเด็กเล็กในวัย 1-4 ปี ถือเป็นวัยที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ขณะที่ในประเทศไทย การจมน้ำ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเป็นอันดับ 1 ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่กระทบต่อคุณภาพ ดังนั้นความรู้ในการป้องกันตนเอง การช่วยฟื้นคืนชีพ รวมทั้งทักษะในการช่วยชีวิต โดยใช้หลักการตะโกน โยน ยื่น พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากพื้นที่เสี่ยงต่อการตกน้ำจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ เด็กมีชีวิตรอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฟันได้ งานสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาเพื่อลดการเสียชีวิตของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ในพื้นที่อำเภอสุคิริน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
1.เพื่อให้เด็กนักเรียนและเยาวชน ทักษะและการปฏิบัติในหลักการ ตะโกน โยน ยื่น และการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR) 2.เพื่อให้เด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลสามารถใช้หลักการ อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม ได้ 3.เพื่อสอนและฝึกหัดให้เด็กนักเรียนและเยาชนสามารถว่ายน้ำเป็นจนเอาชีวิตรอดจากการประสบเหตุทางน้ำ 4.เพื่อสอนและฝึกหัดให้เด็กนักเรียนและเยาวชนรู้จักและสามารถช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุทางน้ำได้อย่างถูกต้องตามวิธีมาตรฐานสากล0.00
- ประเมินความรู้ ทัศนะคติ การปฏิบัติ ต่อการป้องกันตกน้ำจมน้ำ หลังจากให้ความรู้
- ประเมินการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือคนตกน้ำจมน้ำและช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)หลังจากให้ความรู้
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน70
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยจากการตกน้ำจมน้ำ อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 75 คน X 25 บาท X 1 มื้อ เป็นเงิน 1,875 บาท
ค่าตกแต่งสถานที่ (ไวนิล) เป็นเงิน 3,000 บาท
รวมทั้งหมดเป็นเงิน 4,875 บาท ( สี่พันแปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน )
ถึงเด็กเล็กมีความรู้เรื่องความปลอดภัยจากการตกน้ำจมน้ำ อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
4875.00 บาท -
ให้ความรู้เรื่องการป้องกันเด็กจมน้ำ ในเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 105 คน X 25 บาท X 2 มื้อ เป็นเงิน 5,250 บาท
ค่าอาหาร จำนวน 105 คน X 50 บาท X 1 มือ เป็นเงิน 5,250 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คน X5 ชม.X500 เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าสระน้ำ จำนวน 100 คน X 60 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่ารถ ไป-กลับ จำนวน 100 คน X 50 บาท X 2 เที่ยว เป็นเงิน 10,000 บาท
รวมทั้งหมดเป็นเงิน 31,500 บาท ( สามหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน )
ถึงเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6มีความรู้เรื่องการป้องกันการจมน้ำ
31500.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการปฏิบัติตัวโดยใช้หลักการ ตะโกน โยน ยื่น และการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR)
2.กลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ตกน้ำจมน้ำ เช่น ห่วงยาง ถังพลาสติก ห่วงชูชีพ ยางในรถยนต์ และวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อพบเหตุการณ์ตกน้ำ
