แบบเสนอโครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น
แบบจัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
รหัส กปท.
อำเภอ จังหวัด
ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 17 (2) "ให้พิจารณาอนุมัติโครงการ หรือกิจกรรม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามข้อ 10"
อาศัยอำนาจของประกาศ ฯ ข้อ 10 "เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมเป็นค่าใช้จ่ายตามแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติ" จึงได้จัดทำแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
เยาวชนเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม เป็นช่วงรอยต่อของความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ มีความอยากรู้อยากเห็นจึงเกิดการแสวงหาคําตอบด้วยตนเองหรือตามคำชักจูงของเพื่อน ประกอบกับความก้าวหน้าทางด้านสื่อ เทคโนโลยี ที่เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งสื่อสังคมออนไลน์ Social Media ต่าง ๆ ที่ทำให้เยาวชนคล้อยตามไปในทางที่ไม่ดีได้ง่าย ขณะเดียวกันความอ่อนแอทางด้านสังคมกลับเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถานบันทางสังคมที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว ที่เปลี่ยนแปลงจากครอบครัวใหญ่มาเป็นครอบครัวเดี่ยว สมาชิกในครอบครัวน้อยลง และปฏิสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัวก็น้อยลงด้วยเนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องประกอบอาชีพ ทำมาหากิน จนไม่มีเวลาให้กับลูกหลานในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กและเยาวชนบางรายจำเป็นต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังมากขึ้น สาเหตุทั้งหลายนี้เปรียบเหมือนสายพานความป่วยไข้ทางสังคมที่จะส่งผลให้เด็กและเยาวชนต้องเผชิญปัญหาต่าง ๆ จนนำไปสู่ปัญหาสังคมระดับประเทศตามมาอย่างมากมาย อาทิ ปัญหายาเสพติด การก่อคดีอาชญากรรม ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ โรคติดต่อต่าง ๆ จากการมีเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในเด็กและเยาวชน
ทั้งนี้ สถานการณ์ด้านการแพร่ระบาดของยาเสพติดระดับโลกในปัจจุบัน พบว่า ประชากรที่มีอายุระหว่าง 15-35 ปี มีแนวโน้มการใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น (United Nations Office on Drugs and Crime, 2021) พบว่าในปี 2563 มีจำนวนประชากรกว่า 284 ล้านคนจากทั่วโลก ในช่วงอายุ 15-64 ปี ที่ติดยาเสพติด ซึ่งคิดเป็น 26% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสิบปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ติดยาเสพติดมีแนวโน้มที่จะมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เด็กและเยาวชนมีการใช้ยาเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่ รวมถึงใช้ในปริมาณที่มากกว่าเช่นเดียวกัน สำหรับประเทศไทย พบว่าจำนวนเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดียาเสพติดให้โทษ โดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างปี พ.ศ. 2559-2563 คือ ร้อยละ 42.3, 44.6, 50.1, 51.4 และ 52.1 ตามลำดับ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 85 เป็น เพศชาย มีอายุอยู่ระหว่าง 15-19 ปี และ 20-24 ปี ประเภทของยาเสพติดที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย คือ ยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา กระท่อม เฮโรอีน และสารอื่น ๆ (สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด)และจากการประเมินสหปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้านการใช้ยาเสพติดของเด็กและเยาวชนไทย มีสาเหตุมาจาก 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ รายได้ครอบครัวต่ำ ภาระเกินวัย แรงขับ/การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย มีทัศนคติต่อยาเสพติดในทางบวก การควบคุมตนเองต่ำ จิตใจไม่มั่นคง ยึดถือตนเองเป็นศูนย์กลาง อยากรู้อยากลอง และติดการเที่ยวแตร่ 2) ปัจจัยด้านครอบครัว ได้แก่ ครอบครัวบกพร่อง การเลี้ยงดูไม่เหมาะสมและถูกปล่อยปะละเลย 3) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและสังคม ได้แก่ การคบหาสมาคมกลุ่มเพื่อนที่มีพฤติกรรมการกระทำความผิด พื้นที่พักอาศัย/แหล่งชุมชนที่มีอัตรากระทำผิดสูง มีแหล่งมั่วสุมและพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด และการไม่ได้รับโอกาสหรือถูกปฏิเสธจากสังคม
ปัจจุบันในจังหวัดชายแดนภาคใต้นอกจากปัญญาความไม่สงบในพื้นที่ ยังพบว่าปัญหายาเสพติดเป็นภัยแทรกซ้อนที่บ่อนทำร้ายความมั่นคงของประเทศชาติ โดยยาเสพติดที่นิยมใช้กันของกลุ่มวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด คือ ใบกระท่อม รองลงมา คือ ยาบ้า ส่วนสาเหตุที่ใบกระท่อมเป็นยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดสูงมาก เนื่องจากมีการลักลอบนําเข้าจํานวนมากตามความต้องการของกลุ่มผู้เสพ โดยนำมาผสมเป็นยาเสพติดที่เรียกว่า “เครื่องดื่ม 4 คูณ 100” (เป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของน้ําต้มจากใบกระท่อม น้ําอัดลม ยาแก้ไอ และตัวยาอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท) ซึ่งเป็นยาเสพติดที่มีราคาถูกกว่ายาเสพติดชนิดอื่นๆ และโทษทางกฎหมายก็เบากว่า และจากผลสํารวจของศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า พบว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้ใช้ยาเสพติด 80,000-100,000 คน จากประชากรกว่า 2 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 5 ของประชากรทั้งหมดในพื้นที่ ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศ และ1 ใน 5 ของเยาวชนกว่า 2,000 หมู่บ้าน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ด้วยเห็นความสำคัญของปัญหายาเสพติดที่จะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันยาเสพติดในเด็กและเยาวชน เพื่อจะสามารถร่วมมือกันปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัญหายาเสพติด อันจักทำให้เยาวชนในพื้นที่มีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย สังคม จิตใจหรืออารมณ์ และปัญญา ต้องมีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้มีภูมิคุ้มกันในการป้องกันตนเองจากพิษภัยของยาเสพติด และเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดไม่ให้มีการเข้ามาแพร่ระบาดภายในหมู่บ้านและชุมชน โดยการนำหลักธรรมคำสอนตามแนวทางศาสนามาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้หลงไปในเส้นทางของการติดยาเสพติด ด้วยเหตุเหล่านี้ สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลยามู จึงได้จัดทำโครงการค่ายเยาวชนยามูปลอดภัยจากยาเสพติดด้วยพลังเครือข่ายชุมชนและวิถีอิสลาม โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลยามู เพื่อพัฒนาให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการคิด มีการเรียนรู้โดยใช้กลุ่มเพื่อนและเครือข่ายชุม เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฝึกให้เยาวชนได้คิดถึงปัญหาสุขภาพ ปัญหาอาชญากรรม ตลอดจนการแก้ไขและการป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
-
1. เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดตัวชี้วัด : ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดขนาดปัญหา 80.00 เป้าหมาย 50.00
-
2. เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติดตัวชี้วัด : ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติดขนาดปัญหา 45.00 เป้าหมาย 20.00
-
3. เพื่อลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชนตัวชี้วัด : จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชนขนาดปัญหา 30.00 เป้าหมาย 10.00
-
4. เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนตัวชี้วัด : จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนขนาดปัญหา 1.00 เป้าหมาย 4.00
-
5. เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนตัวชี้วัด : ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนขนาดปัญหา 0.00 เป้าหมาย 4.00
- 1. กิจกรรมที่ 1: ค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับชนิด/ประเภทของยาเสพติด และบทกำหนดโทษรายละเอียด
รายละเอียดกิจกรรม
ช่วงเช้า: วิทยากรจากกองร้อย ตชด. 444 บ้านโต๊ะตีเต ต.บาโลย อ.ยะหริ่ง บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ
ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายยาเสพติด และบทกำหนดโทษ
พืชกระท่อมและกัญชาภายหลังการปลดล็อค และความผิดทางกฏหมาย
ยาเสพติดที่ระบาดในพื้นที่
ผลกระทบของการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ซื้อ ขาย เสพ) ที่มีต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน
กิจกรรมกลุ่ม
ช่วงบ่าย: วิทยากรจากกองร้อย ตชด. 444 บ้านโต๊ะตีเต ต.บาโลย อ.ยะหริ่ง บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ
สาเหตุหลัก ๆ ของการติดยาเสพติด และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
การเสพยาเสพติด การออกฤทธิ์ และผลกระทบต่อร่างกาย
การป้องกันตนเองจากพิษภัยของยาเสพติด และตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
สรุปกิจกรรม
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 90 ชุด ราคาชุดละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าอาหารกลางวันพร้อมน้ำดื่ม 90 ชุด ราคาชุดละ 60 บาทเป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าอาหารเย็นพร้อมน้ำดื่ม 90 ชุด ราคาชุดละ 60 บาทเป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าเอกสารประกอบการฝึกอบรม 80 ชุด ราคาชุดละ 50 บาทเป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 6 ชั่วโมงเป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.25 * 2.4 เมตร ราคาตารางเมตรละ 250 บาทเป็นเงิน 750 บาท
ค่าจ้างเหมารถโดยสารปรับอากาศไม่ประจำทาง 2 คัน ราคาเหมาคันละ 15,000 บา่ท จำนวน 2 วันเป็นเงิน 60,000 บาท
ค่าจ้างเหมาเรือแพ 2 ลำ ราคาเหมาลำละ 10,000 บาท จำนวน 2 ลำ เป็นเงิน 20,000 บาท.
งบประมาณ 104,550.00 บาท - 2. กิจกรรมที่ 2: ละลายพฤติกรรม และสันทนาการกลุ่มรายละเอียด
รายละเอียดกิจกรรม
กิจกรรมกายบริหารเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ช่วงเย็น
กิจกรรมละลายพฤติกรรม และสันทนาการกลุ่ม
กิจกรรม เวทีแลกเปลี่ยนความคิด ในหัวข้อ “ปฏิเสธยาเสพติดอย่างไร ให้เพื่อนเข้าใจและไม่เสียเพื่อน”
งบประมาณ
- ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 2 ชั่วโมงเป็นเงิน 1,200 บาท
งบประมาณ 1,200.00 บาท - 3. กิจกรรมที่ 3: ศาสนานำทางความคิด ช่วยให้ชิวิตห่างไกลจากยาเสพติดรายละเอียด
รายละเอียดกิจกรรม
กิจกรรมกายบริหาร ช่วงเช้า
วิทยากรโดยโต๊ะอีหม่าม/ผู้นำศาสนา บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ
หลักการดำเนินชีวิตตามแนวทางอิสลาม
บทบัญญัติทางศาสนาและบาบบุญคุณโทษจากการเสพ/ไม่เสพยาเสพติด
การนำหลักปฏิบัติทางศาสนามาใช้เพื่อการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากยาเสพติด
กิจกรรม “ปฏิญาณตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
วิทยากรโดยโต๊ะอีหม่าม/ผู้นำศาสนา/ผู้นำชุมชน บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ
การป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน
บทบาทของชุมชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันพิษภัยของยาเสพติด
การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดด้วยการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน
กิจกรรม เวทีแลกเปลี่ยนความคิด ในหัวข้อ “เพื่อเตือนเพื่อน ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด”
กิจกรรม มอบเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 90 ชุด ราคาชุดละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาทค่าอาหารเช้าพร้อมน้ำดื่ม 90 ชุด ราคาชุดละ 60 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าอาหารกลางวันพร้อมน้ำดื่ม 90 ชุด ราคาชุดละ 60 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 5 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าเกียรติบัตร ฉบับละ 10 บาท จำนวน 80 ฉบับ เป็นเงิน 800 บาท
งบประมาณ 20,000.00 บาท - 4. กิจกรรมที่ 4: รวมพลังความคิดเพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนป้องกันยาเสพติดที่เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมรายละเอียด
รายละเอียดกิจกรรม
- ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และเด็กและเยาวชน ร่วมกันระดมความคิดภายใต้ชื่อกิจกรรม Brain Storm ระดมความคิด รวมพลังผู้นำชุมชนและเด็กและเยาวชนยามู ร่วมด้วยช่วยกัน
เพื่อกำหนดข้อตกลงหรือธรรมนูญหมู่บ้านเพื่อป้องกันพิษภัยของยาเสพติดในชุมชน
งบประมาณ 0.00 บาท
ตั้งแต่ วันที่ 9 กันยายน 2566 ถึง 10 กันยายน 2566
พื้นที่่หมู่ที่ 2 - 5 ตำบลยามู ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยามู
รวมงบประมาณโครงการ 125,750.00 บาท
ข้าพเจ้า ................................................................ ตำแหน่ง.................................................... หน่วยงาน................................................................................ หมายเลขโทรศัพท์......................................................... ในฐานะของผู้เสนอแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
ขอรับรองว่า แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ในครั้งนี้
- check_box_outline_blank ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับงบประมาณที่ได้รับจากแหล่งอื่น
- check_box_outline_blank สอดคล้องกับแผนสุขภาพชุมชน ของ กปท.
- check_box_outline_blank รับทราบถึงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และวิธีการดำเนินงานตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้ว
(............................................................)
ตำแหน่ง ............................................................
วันที่-เดือน-พ.ศ. ..................................................
- ให้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ
(............................................................)
ตำแหน่ง ............................................................
วันที่-เดือน-พ.ศ. ..................................................
แบบเสนอแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
รหัส กปท.
อำเภอ จังหวัด
ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 10 “เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมเป็นค่าใช้จ่ายตามแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติ” นั้น
หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มประชาชน ได้ดำเนินการจัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม มาเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กปท. ตามเอกสารแนบ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ
(...........................................................)
ตำแหน่ง ...............................................
วันที่-เดือน-พ.ศ. ......................................
แบบอนุมัติแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
รหัส กปท.
อำเภอ จังหวัด
ตามมติการประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ครั้งที่ ....................... เมื่อวันที่ .................................................... สรุปผลการพิจารณาแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ดังนี้
(....................................................................)
ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการประชุม
วันที่-เดือน-พ.ศ. ....................................................
ตำแหน่ง ....................................................................
วันที่-เดือน-พ.ศ. ..................................................