โครงการดูแลกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
อัตราการป่วยและอัตราการตายของประชากรในเขตรับผิดชอบ ปี ๒๕๖๕ พบอัตราป่วยโรคเบาหวาน ๓,๙๖๒.๓๕ ต่อแสนประชากร อัตราป่วยโรคความดันโลหิตสูง๙,๒๑๖.๐๗ ต่อแสนประชากร และอัตราตายโรคหัวใจและหลอดเลือด๑๓๖.๙๔ ต่อแสนประชากร และพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน ๑๔๑ คน สามารถควบคุมน้ำตาลได้ จำนวน ๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๑๕ และในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน ๓๒๘ คน สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ จำนวน ๒๐๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๒.๕๐และจากการคัดกรองสุขภาพ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ( ตุลาคม ๒๕๖๕ - ธันวาคม ๒๕๖๕)พบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานร้อยละ ๒๗.๔๘ และกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงร้อยละ ๓๖.๘๑
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีความรู้ในเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ๓อ ๒ส สามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และป้องกันภาวะแทรกซ้อน0.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์0.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 40
-
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์0.00
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถคุมระดับความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 60
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง120
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมาย
ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ปัจจัยเสี่ยงต่อโรค และภาวะแทรกซ้อนของโรค
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ๓อ ๒ส อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ลด/เลิกบุหรี่และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การรับประทานยาต่อเนื่อง/การมาพบแพทย์ตามนัด
การป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ตรวจเลือดประจำปี ตรวจปัสสาวะ ตา เท้า อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
29 สิงหาคม 2566 ถึง 30 สิงหาคม 2566ผู้ป่วยมีความรู้ มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงf
25200.00 บาท
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 40 3.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 60
