โครงการส่งเสริมการกินผักที่ปลอดภัย ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ
-
นางสุกัญญา เอียดวารี 084-0686597
-
นางหรอปิหย๊ะ ศิริภานนท์ 097-2728510
-
นางสายพิณ จันทองสุก 066-0035314
-
นางสุรินทร์ ไชยรัตน์ 089-8783399
-
นางพยอม จันทรักษ์ 080-0367501
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม62.4
-
ร้อยละของพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด25.4
-
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย6.8
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ คือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน ผักและผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหารและสารพฤกษเคมีต่างๆ แม้ว่าผักและผลไม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคกังวลก็คือสารเคมีกำจัดแมลงที่ตกค้างอยู่ในผักและผลไม้ สารพิษนั้นจะมีปริมาณมากหรือน้อยเพียงใดไม่สามารถคาดคะเนด้วยสายตาได้ ซึ่งการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายอาจก่อให้เกิดโทษและโรคร้ายแรงได้ ดังนั้น เราควรรู้จักวิธีการเลือกซื้อผักและผลไม้ รวมถึงวิธีการล้างให้ปลอดภัยจากการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สาเหตุการเกิดสารพิษตกค้างในผัก เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบเลือกซื้อเฉพาะผักที่สดสวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของโรคและแมลง ผู้ปลูกผักบางรายมีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องของสารเคมีเป็นอย่างดีแต่ไม่นำหลักการใช้ที่ถูกต้องไปปฏิบัติหรือละเลยเสียโดยมุ่งหวังแต่ประโยชน์ผลกำไรและความสะดวกเป็นหลักโดยขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ผู้ปลูกผักบางรายขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงที่ถูกต้องเมื่อประสบปัญหาการเข้าทำลายของโรคและแมลง ทางเลือกแรกที่นำมาใช้คือ การฉีดพ่นสารเคมีโดยไม่ได้คำนึงถึงวิธีการอื่นเลย เนื่องจากสารเคมีมีประสิทธิภาพสูงให้ผลเร็วสะดวกในการใช้และหาซื้อได้ง่ายดังนั้นเมื่อชาวสวนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายปัญหาที่ตามมาก็คือเกิดสารพิษตกค้างในผักที่เกินค่าความปลอดภัยซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ประชาชนโดยทั่วไปยังมีมาตรฐานในการครองชีพที่ไม่สูงนักมีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตและการบริโภคที่ง่าย ๆ โดยไม่ค่อยคำนึงถึงความปลอดภัยในการบริโภคเท่าที่ควรผักปลอดภัยจากสารพิษจึงมีได้รับความนิยมมากนัก
-
เพื่อเพิ่มคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม62.475
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม
-
เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์25.430
ร้อยละของพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด
-
เพื่อลดประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย6.82
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
-
คณะทำงาน10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมวางแผนชี้แจงโครงการและการหาสมาชิกเข้าร่วมโครงการ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 10 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 250 บาท
ค่าเอกสารแบบฟอร์มการรับสมัครเข้าร่วมโครงการ 205 บาท
14 กันยายน 2566 ถึง 14 กันยายน 2566แผนการดำเนินงาน
รายชื่่อผู้เข้าร่วมโครงการ
455 บาท -
การพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคให้สามารถลดหรือเลี่ยงผักที่มีสารเคมีตกค้างทางการเกษตร การบริโภคที่ปลอดภับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ผู้เข้าอบรม 60 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 4 คน วิทยากร 1 คนรวม 65 คน
การลดหรือเลี่ยงผักที่มีสารเคมีตกค้างทางการเกษตร
การบริโภคที่ปลอดภับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค
- ค่าวิทยากรจำนวน 2 คน รวม 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่ จำนวน 60 คนๆละ 2 มื้อ ๆละ25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- อาหารกลางวันจำนวน 65 คนๆละ 65 บาท เป็นเงิน 4,225 บาท
- ค่าป้ายโครงการ กว้าง 1 เมตร ยาว 2.5 เมตร เป็นเงิน 375 บาท
- ค่าวัสดุการอบรม 500 บาท
- วัสดุสาธิต (เศษผัก ผลไม้ จำนวน 300 บาท น้ำหมัก 100 บาท EM.1 ขวด 100 บาท กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 3 กก. เป็นเงิน 100 บาท ถังน้ำ 2 ใบ เป็นเงิน 200 บาท มีด 1 เล่ม 50 บาท เขียง 1 อัน 80 บาท กะละมัง 3 ใบ 150 บาท) เป็นเงิน 1,080 บาท
22 สิงหาคม 2566 ถึง 22 สิงหาคม 2566- ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจและหลีกเลี่ยงผัก ผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างสำหรับบริโภคได้
- ร้อยละของประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลด ละ เลิกใช้สารเคมี
15180 บาท -
เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือด ครั้งที่ 1 และอบรมเชิงปฏิบัติผู้บริโภคและเกษตรกรในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากสารเคมีในผักผลไม้
ผู้เข้าร่วมกิกรรม 60 คน วิทยากร 1 คน เจ้าหน้าที่ 4 คน รวม 65 คน
- ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เจาะและตรวจเลือด จำนวน 2 คน ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าวิทยากรจำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 65 คนๆละ 2 มื้อ ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,250 บาท
- อาหารกลางวัน จำนวน 65 คนๆละ 65 บาท เป็นเงิน 4,225 บาท
- ค่าน้ำยาชุดตรวจสารเคมีในเลือด พร้อมอุปกรณ์ (อุปกรณ์ ประกอบด้วย เข็มเจาะปลายนิ้วcapillary tubeถุงมือ สำลีแอลกอฮอล์ และดินน้ำมัน)จำนวน 1 ชุด ๆละ 1,800 บาท
- ค่าวัสดุเป็นเงิน 500 บาท
4 ตุลาคม 2566 ถึง 4 ตุลาคม 2566ผลการเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้าง ฯ
การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและเกษตรกรในการดูแลตนเองให้ปลอดภัย ฯ
13975 บาท -
เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือด ครั้งที่ 2
- ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เจาะและตรวจเลือด จำนวน 2 คน ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 40 คนๆละ 1 มื้อ ๆละ25 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
16 พฤศจิกายน 2566 ถึง 16 พฤศจิกายน 2566ผลการเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้าง ฯ
การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและเกษตรกรในการดูแลตนเองให้ปลอดภัย ฯ
2200 บาท -
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และอดบทเรียนความสำเร็จแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ คณะทำงานและผู้เกี่ยวข้อง
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน ผู้ดำเนินรายการ 1 คน คณะทำงาน 4 คน รวม 55 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 55 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,375 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ดำเนินรายการ จำนวน 3 ชม.ๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- กระดาษบรู๊ฟ จำนวน 10 แผ่น ๆละ 5 บาท เป็นเงิน 50 บาท
- ปากกาเคมี 10 ด้าม ๆละ 15 บาท เป็นเงิน 150 บาท
21 ธันวาคม 2566 ถึง 21 ธันวาคม 2566สรุปผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ถอดบทเรียนความสำเร็จโครงการ
การมีส่วนร่วมของชุมชน
3075 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
ประชาชนบริโภคผักที่สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมี ทำให้สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง
