โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การอาบน้ำศพผู้เสียชีวิตตามหลักวิถีมุสลิมเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่กระจายการติดเชื้อโรคในชุมชน ต.ตันหยงลุโละ ปี 2566
วิถีการดำเนินชีวิตของชาวมุสลิมในพื้นที่ที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม ความเชื่อแบบฉบับอิสลามนั้น ที่ให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติต่างๆของมนุษย์ทุกคนซึ่งใช้ตำราหรือธรรมนูญสูงสุด นั้นคือคัมภีร์อัลกรุอ่าน มาใช้ในชีวิตประจำวัน การเสียชีวิตของมนุษย์หนึ่งคนนั้นก็จะมีหลักปฏิบัติที่ได้บัญญัติในอัลกุรอ่านนั้น มีวัตถุประสงค์ต้องการให้ผู้เสียชีวิตได้ไปสู่สุขคตินั้น ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ลักษณะศพผู้เสียชีวิต เช่น กรณีศพเสียชีวิตที่มีสาเหตุการตายจากโรคติดต่อร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคเอดส์ โรคโควิท และโรคติดต่อจากสารคัดหลั่ง เช่น เลือดน้ำเหลืองน้ำลาย หรือกรณีประสบอุบัติเหตุต่างๆ เป็นต้น และทีมงานหรือผู้จัดการศพ จะมีขั้นตอนในการจัดการศพที่เริ่มต้นด้วย การอาบน้ำศพ การห่อศพ การละหมาดศพ และขั้นตอนสุดท้ายคือการขุดหลุมเพื่อฝั่งศพ รวมไปถึงเครื่องมืออุปกรณ์การป้องกันต่างๆที่ใช้ในการจัดการศพ เช่น ถุงมือ น้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นต้น ฉะนั้นจำเป็นจะต้องมีความรู้ด้านการป้องกันตนเองจากการสัมผัสศพ การปราศจากเชื้อโรค การป้องกันการติดต่อแพร่กระจายของเชื้อโรคระหว่างคนสู่คน มีความปลอดภัย จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง เช่น ทักษะการอาบน้ำละหมาดศพที่อาจต้องสัมผัสโดยตรงกับศพ ทักษะการห่อศพที่ต้องมีความพิถีพิถันในเรื่องความสะอาด เพราะลักษณะสภาพของศพผู้เสียชีวิตที่ผู้ปฏิบัติได้สัมผัสนั้นจะต้องปฏิบัติตามแล้วแต่กรณีศพนั้นๆ ดังนั้นชมรมผู้สูงอายุตำบลตันหยงลุโละได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจในหลักการจัดการศพเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการสาธารณสุข ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำงานที่ถูกสุขอนามัย ป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสศพที่ไม่คาดคิดส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้าใจในงานการจัดการศพที่เพียงพอต่อการบริการในพื้นที่ให้งานในการจัดการศพ มีความพึงพอใจและมีความสุขทั้งผู้บริการจัดการศพและญาติของผู้ที่เสียชีวิต
-
เพื่อให้ญาติและทีมงานผู้จัดการศพในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ ทักษะในเรื่องการอาบน้ำศพ การห่อศพ และการฝังศพได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค50.0020.00
ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่คน20.000.00
สามารถเฝ้าระวังการจัดการศพไม่ให้มีการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่คน ร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.รับสมัครผู้สนใจอาสาสมัครผู้จัดการศพผู้เสียชีวิต
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 25 บาท x 6 คน x 1 มื้อ = 150 บาท
2 สิงหาคม 2566 ถึง 14 กรกฎาคม 2566ประชุมชี้แจง เพื่อจัดทำโครงการ
เปิดรับสมัครกลุ่มเป้าหมายผู้ที่สนใจ ทีมงานผู้จัดการศพ
จัดทำแผนงานโครงการเสนอ เพื่อขออนุมัติ/สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ
150.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และทักษะต่างๆในเรื่อง บทบาทมุสลิมเกี่ยวกับการจัดการศพผู้เสียชีวิตก่อนฝัง
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 บาท x 30 คน x 1 มื้อ = 1,500 บาท
ค่าอาหารว่าง จำนวน 25 บาท x 30 คน x 2 มื้อ = 1500 บาท
ค่าสมนาคุณทีมวิทยากร จำนวน 2 คน x 6 ชม. x 600 บาท = 7,200 บ.
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1 x 3 เมตร จำนวน 1 ผืน = 750 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรม/สาธิต จำนวนเงิน = 1,000 บาท
รวมเงิน 11,950 บาท
14 สิงหาคม 2566 ถึง 18 สิงหาคม 2566การอบรมให้ความรู้โดยการบรรยายเรื่องบทบาทหน้าที่ของมุสลิมในชุมชนที่เกี่ยวกับการจัดการศพผู้เสียชีวิต
- การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเตรียมอุปกรณ์ ขั้นตอนการอาบน้ำศพ การห่อศพ และการฝังศพตามวิถีมุสลิมและหลักศาสนา ที่ตรงตามหลักสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
11950.00 บาท -
จัดตั้งชมรมผู้จัดการศพระดับตำบล
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 25 บาท x 30 คน x 1 มื้อ = 750 บาท
30 สิงหาคม 2566 ถึง 30 สิงหาคม 2566ขั้นการสรุปการดำเนินงาน
- จัดตั้งชมรมผู้จัดการศพระดับตำบล
750.00 บาท
1.ทำให้ญาติหรือผู้ที่ทำหน้าที่ในการจัดการศพในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอาบน้ำศพ การห่อศพ และการฝังศพที่ถูกต้องตามวิถีมุสลิมและหลักศาสนาอิสลาม และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
2.ทำให้ญาติหรือผู้ที่ทำหน้าที่ในการจัดการศพในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันโรคติดต่อในการจัดการศพ ตามหลักสุขลักษณะสามารถป้องกันการแพร่เชื้อที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดการศพ
