โครงการพัฒนาศักยภาพด้านสุขาภิบาลสำหรับสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 เป็นกฎหมายที่กระจาย
อำนาจให้ราชการส่วนท้องถิ่นในการควบคุมดูแลเพื่อ คุ้มครองประชาชนด้านสุขลักษณะและอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการและการกระทำทุกอย่างที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตั้งแต่ระดับชาวบ้านครัวเรือน ชุมชน ตลอดจนกิจการทั้งขนาดเล็กและขนาด ใหญ่เช่น หาบเร่ แผงลอย สถานที่จำหน่ายอาหารสถานที่สะสมอาหาร ตลาดสด และกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทต่าง ๆ โดยให้อำนาจในการออกข้อบัญญัติของราชการส่วนท้องถิ่น เพื่อควบคุมและบังคับใช้ภายในท้องถิ่นนั้นๆได้ด้วยการอนุญาตหรือไม่อนุญาต การออกคำสั่ง ให้ปรับปรุงแก้ไข ให้หยุดกิจการ การสั่งพัก ใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่ง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นเรื่องที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หมวด ๗ ว่าหมายถึง“กิจการที่มีกระบวนการผลิตหรือกรรมวิธีการผลิตที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือสิ่งที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในบริเวณข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นมลพิษ ทางอากาศ ทางน้ำ ดิน แสง เสียงความร้อน ความสั่นสะเทือน รังสี ฝุ่นละออง เขม่า เถ้า ฯลฯ” ซึ่งจะต้องมีการ ควบคุม กำกับดูแลการประกอบกิจการ โดยผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อน เทศบาลมีอำนาจและหน้าที่ในการควบคุมผู้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประชาชนผู้ประกอบอาชีพเข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เทศบาลมีภารกิจในการตรวจสอบและสนับสนุนให้สถานประกอบการนั้นๆ ปรับปรุงสถานประกอบการให้ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันอันตรายหรือมลพิษ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน
การควบคุมดูแลการประกอบกิจการในเขตท้องถิ่น ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงเป็นภารกิจหนึ่ง
ที่ราชการส่วนท้องถิ่น จำเป็นต้องดำเนินการในการควบคุมการประกอบกิจการประเภทต่างๆ ของราชการ
ส่วนท้องถิ่น จำเป็นต้องอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ.2535 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 เป็นสำคัญ ส่วนพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
แห่งชาติ พ.ศ.2535
ปัจจุบัน มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ 5/2538 เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 1๓๒ ตอนพิเศษ ๑๖๕ง ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม 25๕๘ ประกอบด้วย
กิจการประเภทต่างๆ รวม 1๔๑ ประเภท ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีจำนวนของประเภทกิจการเพิ่มขึ้นจากเดิมนอกจากจำนวนประเภทของกิจการมีจำนวนเพิ่มขึ้นแล้ว ปัญหาปัจจัยเสี่ยงหรือมลพิษที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยพิจารณาจากปัญหาเหตุรำคาญ หรือข้อร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ปัญหา ปัจจัยเสี่ยงหรือมลพิษดังกล่าว หากผู้ประกอบการให้ความสำคัญ โดยการปฏิบัติงานตามมาตรการหรือมาตรฐานที่ กำหนดนั้น คาดว่าจะส่งผลกระทบลดลง รวมทั้งเจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข ต้องมีส่วนในการ กระตุ้นเตือนให้การสนับสนุน การปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานควบคุมกิจการที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพให้เกิดผลได้เป็นอย่างดี
ฝ่ายบริหารงานสาธารณสุข ในฐานะผู้รับผิดชอบจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพด้านสุขาภิบาลสำหรับสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อเผยแพร่ความรู้และวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้เข้าร่วมอบรมและนำความรู้ วิธีการปฏิบัติปฏิบัติ รวมถึงการจัดการด้านสถานที่และมาตรฐานด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการได้เป็นอย่างดี เพื่อให้สถานประกอบการทุกแห่งสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกหลักสุขาภิบาล จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา
-
เจ้าของกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ64
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. วิเคราะห์ และวางแผนสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อม และวางแผนการดำเนินงานเป็นการศึกษาและรวบรวมข้อมูลพื้นฐานผู้ให้บริการและสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากรปฏิบัติงาน เพื่อทำกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้
- สำรวจข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
งบประมาณ
- ค่ารถประชาสัมพันธ์2 วัน วันละ 1000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2567เจ้าของกิจการได้รับทราบและเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบทั้ง 64 กิจการ
2000.00 บาท -
2.จัดอบรมพัฒนาศักยภาพและสรุปผลด้านสุขาภิบาลสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
1.จัดอบรมพัฒนาศักยภาพด้านสุขาภิบาล สำหรับสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
2.สรุปและรายงานผลกิจกรรม งบประมาณ 1. ค่าป้ายโครงการเป็นเงิน 500บาท 2. แผ่นพับให้ความรู้ (แบบสี)( 64 คน x 50 บาท )เป็นเงิน3,200บาท 3. ค่าวิทยากรให้ความรู้ 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน3,600บาท 4. ค่าอาหารกลางวัน ( 64 คน x 70 บาท x 1 มื้อ )เป็นเงิน4,480บาท 5. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ( 64 คน x 25 บาท x 2 มื้อ ) เป็นเงิน3,200บาท
6. ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร ( 64 คน x 120 บาท ) เป็นเงิน7,680บาท 8. ค่าวัสดุอุปกรณ์ เป็นเงิน 340 บาท1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2567ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขาภิบาลสำหรับสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
23000.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการเข้ารับการอบรมด้านสุขาภิบาลสำหรับสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสุขาภิบาลสำหรับสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตอบคำถามถูกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
