กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยในเกษตรกร

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลโคกชะงาย
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยในเกษตรกร
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว
  1. นายเอนกกลิ่นรส
  2. นางสาวณัฐณิชาสมจิตร
  3. นางสาวเบญจมาศเกื้อสุข
  4. นางกิตติยาพรหมปาน
  5. นายเอนกกลิ่นรส
  6. นางสาวณัฐณิชาสมจิตร
  7. นางสาวเบญจมาศเกื้อสุข
  8. นางกิตติยาพรหมปาน
  9. นายเอนกกลิ่นรส
  10. นางสาวณัฐณิชาสมจิตร
  11. นางสาวเบญจมาศเกื้อสุข
  12. นางกิตติยาพรหมปาน
  13. นายเอนกกลิ่นรส
  14. นางสาวณัฐณิชาสมจิตร
  15. นางสาวเบญจมาศเกื้อสุข
  16. นางกิตติยาพรหมปาน
หมู่ที่ 1,7,9 ตำบลโคกชะงายอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
  1. จำนวนของเกษตรกร(คน)ที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
    53.00

     

  2. ร้อยละของพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เกษตรทั้งหมด
    15.00

     

  3. ร้อยละของประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
    35.00

     

สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อโรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ ๘๐ของพื้นที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำไร่อ้อย ทำไร่ข้าวโพด ทำสวน ปลูกพืชผักผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกร ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกร จึงได้จัดทำโครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. เพื่อลดปัญหาเกษตรกรมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
    0.00

    จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)

  2. เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์
    50.00

    ร้อยละของพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เกษตรทั้งหมด

  3. เพื่อลดประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
    0.00

    ร้อยละของประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
    150

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
17 มกราคม 2567 26 กรกฎาคม 2567
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
  1. อบรมเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยงให้มีความรู้และมีทักษะในการเฝ้าระระวัง การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
    1. ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 9 ชั่วโมงๆละ 600 บาท (3 หมู่บ้านๆละ 3 ชั่วโมง) เป็นเงิน 5,400 บาท

    2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรม จำนวน 150 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,750 บาท

    17 มกราคม 2567 ถึง 26 กรกฎาคม 2567

    เกษตรกรและกลุ่มเสี่ยงมีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวัง การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทุกคน

    9150.00 บาท
  2. ตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยง
    1. ค่ากระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 3 ชุดๆละ 1,200 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
    2. เข็มเจาะเลือดเพื่อหาสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด จำนวน 4 กล่องๆละ 50 ชิ้น ราคากล่องละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
    20 มีนาคม 2567 ถึง 22 มีนาคม 2567

    เกษตรกรและกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองหารสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด ทุกคน

    4600.00 บาท
  3. จัดบริการลดสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดกลุ่มเสี่ยงฯโดยใช้สมุนไพรรางจืด

    จัดบริการลดสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดกลุ่มเสี่ยงฯโดยใช้สมุนไพรรางจืด

    8 เมษายน 2567 ถึง 8 เมษายน 2567

    กลุ่มเสี่ยงสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดได้รับบริการลดสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดโดยใช้สมุนไพรรางจืด ทุกคน

    0.00 บาท
  4. ติดตามและประเมินผล
    1. ตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดกลุ่มเสี่ยงฯ หลังจากใช้รางจืด
    2. สร้างพื้นที่เกษตรปลอดภัยบริเวณบ้านของครอบครัวที่สนใจ
    15 พฤษภาคม 2567 ถึง 15 พฤษภาคม 2567
    1. กลุ่มเสี่ยงฯได้รับการตรวจคัดกรองซ้ำเพื่อประเมินผลหลังจากการใช้รางจืดทุกคน
    2. สร้างพื้นที่เกษตรปลอดภัยบริเวณบ้านของครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 50
    0.00 บาท

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
  1. กลุ่มเกษตรกรทุกคนมีความรู้ มีทักษะ ในการเฝ้าระวังตนเองจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
  2. กลุ่มเสี่ยงฯ ที่ผ่านการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดในรายที่มีความเสี่ยงได้รับการรางจืดทุกคน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
นายเอนก กลิ่นรสโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2566 00:00 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 18 ต.ค. 2566 10:40 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5