โครงการอบรมให้ความรู้และเฝ้าระวังการใช้สมาร์ทโฟน เพื่อป้องกันโรคสมาธิสั้นและติดจอในเด็กปฐมวัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567
สมาร์ทโฟน เป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีบทบาทสำคัญ และจำเป็นในชีวิตประจำวันเนื่องจากเข้าถึงได้ง่าย ใช้สะดวก มีประโยชน์ทั้งการติดต่อสื่อสาร การถ่ายภาพ การจัดเอกสารข้อมูล การเล่นอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมต่าง ๆ และสมาร์ทโฟนยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเลี้ยงเด็กหรือใช้เป็นของเล่นเบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่มีการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองเจริญสูงสุด การใช้สมาร์ทโฟนในเต็กจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตอารมณ์ ด้านสังคมและด้านการสื่อสาร ทำให้เกิดภาวะสมาธิสั้น และความสามารถในการเรียนรู้ลดลงได้เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่มีการเจริญเดิบโต และมีพัฒนาการทางสมองเจริญสูงสุด จึงควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ถ้าปล่อยให้เต็กใช้สมาร์ทโฟนต่อเนื่องเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาททำให้พัฒนาการด้านร่างกาย จิตอารมณ์ และปฏิสัมพันธ์ทางสังคมบกพร่อง พ่อแม่ หรือผู้ปกครองเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด จึงมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวัง และป้องกันผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้สมาร์ทโฟน โดยต้องมีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการ ความต้องการและการตอบสนองความต้องการของเด็ก การอบรมเลี้ยงดูด้วยความรักเอาใจใส่ ให้ความเข้าใจ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนในเด็ก โดยการ ลด ละ เลิก การใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งผู้ปกครองต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด มีการกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมตามวัยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลลาเมาะนอกถึงได้ตระหนักและให้ความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้และเฝ้าระวังการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อป้องกันโรคสมาธิสั้น และติดจอในเต็กปฐมวัยขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการดูแลการใช้สมาร์ทโฟนในทางที่เหมาะสม และส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อหลีกเลี่ยงโทษและปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับเด็กที่มาจากการติดสมาร์ทโฟนจนกลายเป็นโรคสมาธิสั้น
-
1.เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ในการเฝ้าระวังการใช้สมาร์ทโฟนในเด็กปฐมวัย เพื่อป้องกันโรคสมาธิสั้น0
ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ในการใช้สมาร์ทโฟนในเด็กปฐมวัย
-
2.เพื่อให้ผู้ปกครองมีแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพจิตของเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมตามวัย0
ผู้ปกครองสามารถดูแลสุขภาพจิตของเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมตามวัย
และลดความเสี่ยงของโรคสมาธิสั้น
-
3.เพื่อให้เด็กปฐมวัยใช้สื่อออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์0
ผู้ปกครองสนับสนุนการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กปฐมวัยในทางที่สร้างสรรค์
-
กลุ่มวัยทำงาน52
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้และเฝ้าระวังการใช้สมาร์ทโฟน เพื่อป้องกันโรคสมาธิสั้นและติดจอในเด็กปฐมวัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 56 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,800 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 56 คนๆละ 1 มื้อๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 2,800 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร วันละ 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าเอกสารประกอบการบรรยาย จำนวน 45 ชุดๆละ 40 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ กระเป๋าผ้า, สมุดจดบันทึก ,ปากกา จำนวน 45 ชุดๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 3,150 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1 x 3 ม. จำนวน 1 ผืนๆละ 1,050 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
15 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 พฤศจิกายน 256614600 บาท
- ผู้ปกครองมีความรู้ในการดูแลและเฝ้าระวังการใช้สมาร์ทโฟนในเด็กปฐมวัย เพื่อป้องกัน โรคสมาธิสั้นและติดจอ
- เด็กปฐมวัยมีสุขภาพจิตดีเหมาะสมตามวัย
- เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมติดจอลดลงและใช้สื่อออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น
