สร้างเสริมสุขภาพคนตำบลกะลุวอ ไร้พุง ลดโรค ปี 2567
-
จากการคัดกรองภาวะสุขภาพประชาชน อายุ 15 ปีขึ้นไป ในปี 2566 พบอัตราภาวะรอบเอวเกิน33.1
ภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญปัญหาหนึ่ง เนื่องจาก เป็นสาเหตุสำคัญ ของการเกิดโรคที่เรื้อรังหลายชนิด ผลกระทบจากโรคเหล่านี้ก่อการให้เกิดอัตราการเจ็บป่วย และอัตราตาย สูงกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ ค่านิยมในการบริโภคและวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกระแสบริโภคนิยมก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารอาหารรสหวาน อาหารเค็มและไขมันสูงที่ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการรับประทาน อาหารรสจัด เช่น มันจัด หวานจัด เค็มจัด กินผักและผลไม้น้อย เดินน้อยลง ขาดการออกกำลังกายโดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็กจนถึงคนวัยสูงอายุ ทำให้พลังงานในร่างกายไม่สมดุลกันระหว่างการได้รับเข้ามากับการใช้ไป ร่างกายจึงเปลี่ยนพลังงานที่เหลือใช้กลับไปเป็นไขมันสะสมไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย จากการคัดกรองภาวะสุขภาพประชาชน อายุ 15 ปีขึ้นไป ในปี 2566 พบอัตราภาวะรอบเอวเกินร้อยละ 33.01 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจึงควรมีการปรับเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อให้มีการใช้พลังงานให้สมดุลกัน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ดังนั้นเพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขภาวะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่สำคัญรพ.สต.กะลุวอ จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพคนตำบลกะลุวอไร้พุง ลดโรค ปี 2567 เพื่อเฝ้าระวังติดตามควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง รวมทั้งป้องกันอุบัติการณ์ของการเกิดโรคและหรือลดความรุนแรงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ซึ่ง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม33.180
กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตอ้วน พิชิตพุง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคเรื้อรังในชุมชน33.160
กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมมีขนาดรอบเอว น้ำหนัก และดัชนีมวลกาย อยู่ในน้ำหนักปกติร้อยละ 60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง220
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัตการแกนนำคัดกรองดัชนีมวลกายและภาวะเอวเกิน ในประชาชนอายุ 15 ปี ขึ้นไป
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัตการแกนนำรณรงค์คัดกรองดัชนีมวลกายและภาวะเอวเกิน ในประชาชนอายุ 15 ปี ขึ้นไป
ให้ความรู้แนวทางการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน/การสาธิตโมเดลอาหารลดพุง ลดโรค 1. ค่าอาหารกลางวันแกนนำสุขภาพจำนวน 70 คนX 1 มื้อๆละ 50 บาทเป็นเงิน 3,500 บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 70 คนX 2มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน3,500 บาท 3. ค่าวิทยากร 1 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 4.ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 70 ใบๆละ 50 บาทเป็นเงิน 3,500 บาท รวมเป็นเงิน 12,300 บาท2 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตอ้วน พิชิตพุง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
12300 บาท -
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตอ้วน พิชิตพุง แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะเอวเกิน
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตอ้วน พิชิตพุง แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะเอวเกิน คัดกรองกลุ่มเสี่ยงวัดดัชนีมวลกาย วัดรอบเอว สาธิตโมเดลอาหาร
- ค่าอาหารกลางวันกลุ่มเสี่ยง จำนวน 150 คนX 1 มื้อๆละ 50 บาทเป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกลุ่มเสี่ยง 150 คนX 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน7,500 บาท
- ค่าวิทยากร 1 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 5 รุ่น เป็นเงิน 9,000 บาท 4.ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 150 ใบๆละ 50 บาทเป็นเงิน 7,500 บาท 5.เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 1 เครื่องๆละ 1,500 บาท 6.สายวัดรอบเอว จำนวน 2 เส้นๆละ 150 บาทเป็นเงิน 300 บาท 7.ที่วัดส่วนสูง จำนวน 1 อันๆละ 800 บาท รวมเป็นเงิน 34,100 บาท
2 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมมีขนาดรอบเอว น้ำหนัก และดัชนีมวลกาย อยู่ในน้ำหนักปกติร้อยละ 60
34100 บาท
งบประมาณทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยได้
- ประชาชนอายุ15 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคภาวะเสี่ยงต่อภาวะะโรค METABOLIC
- กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ อย่างเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในเรื่อง อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย
- กลุ่มเป้าหมายได้ตระหนักถึงการพัฒนาตนเอง สามารถลดน้ำหนัก-ลดรอบเอว จากฐานเดิมได้ ร้อยละ 5 และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครอบครัวและประชาชนทั่วไปได้ปฏิบัติตนและการรักษาได้อย่างเหมาะสม
