โครงการป้องกันมะเร็งปากมดลูก
-
ร้อยละ 10 ของสตรีกลุ่มเป้าหมายสมัครใจตรวจมะเร็งปากมดลูก5.00
-
ร้อยละ 98 ในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมา นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านบูกิ๊ตจือแร ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบ ผู้ปกครองไม่สมัครใจให้นักเรียนฉีดวัคซีนป้องกัน HPV5.00
-
3. วัคซีน HPV จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน ในปี 2566 ผู้ปกครองนักเรียนห้ามไม่ให้นักเรียน ฉีดวัคซีน เนื่องจากกลัวอันตราย5.00
หลักการและเหตุผล / สถานการณ์ปัญหา ขนาด ในปัจจุบันโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของประเทศไทย โดยพบสถิติหญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก เฉลี่ยปีละ 6,000 ราย ซึ่งทำให้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เพราะทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรบุคคลและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกต้องมีการค้นหา โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก และในระยะก่อนเป็นมะเร็งซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม มุ่งให้สถานบริการสาธารณสุขของรัฐดำเนินการรณรงค์ให้มีการเฝ้าระวังการตรวจมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มอายุ 30 - 60 ปีโดยในเขต รพ.สต.บ้านบูกิ็ตจือแร มีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน580 คน ม.7 ต.รือเสาะ จำนวน 358 คน ม. 9 จำนวน 222 คนจากการสรุปผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปีงบประมาณ 2561-2566มีจำนวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 6.89ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขที่ร้อยละ 40 สตรีอายุ 30 -60 ปี ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและดูแลตัวเองเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก มีความเหนียมอาย และในโรงเรียนบ้านบูกิ๊ตจือแร ตำบลรือเสาะ ในปี 2565 เด็กนักเรียนบ้านบูกิ๊ตจือแร ไม่ได้รับวัคซีน ป้องกันมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากผู้ปกครองห้ามไม่ให้ฉีด ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบูกิ๊ตจือแร จึงได้เห็นความสำคัญของปัญหาการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และจัดทำโครงการป้องกันมะเร็งปากมดลูก
-
1. 1.เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และสมัครใจตรวจมะเร็งปากมดลูก5.005.00
ร้อยละ90 สตรีที่เข้าร่วมรับการอบรมสมัครใจตรวจมะเร็งปากมดลูก
-
2. เด็กนักเรียน สมัครใจฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก โดยผู้ปกครองยินยอมให้ฉีด5.005.00
ร้อยละ 90ิผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการสมัครใจให้บุตร นักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6ฉีดวัคซีน HPV
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. อบรมเชิงปฏิบัติการตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรี อายุ 30-60 ปี
1.รพ.สต.ทำแบบสำรวจความสนใจและสมัครใจของสตรี อายุ 30-60 ปี ที่ประสงค์รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก 2. รพ.สต.จัดอบรมเชิงปฏิบัติการตรวจมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีที่สนใจมีค่าใช้จ่าย ดังนี้ - ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 60 บาท x 1 มื้อ x 30 คนเป็นเงิน1,800 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อ x 30 คน เป็นเงิน 1,800 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร600 บาท/ชั่วโมงx 6 ชั่วโมงเป็นเงิน 3่่,600 บาท - ค่าวัสดุ ผ้าถุงสำหรับนุ่งเวลาตรวจ ผืนละ100 บาท จำนวน 30 ผืนเป็นเงิน 3,000 บาท
1 ธันวาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก ร้อยละ 100
10200.00 บาท -
1. อบรมผู้ปกครองที่มีนักเรียนเรียนอยู่ชั้น ป.4 - ป.6 โรงเรียนบ้านบูกิ๊ตจือแร
- สำรวจจำนวนผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.4 - ป.6
2.จัดอบรมผู้ปกครองที่มีนักเรียนเรียนอยู่ชั้น ป.4 - ป.6 โรงเรียนบ้านบูกิ๊ตจือแรมีค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 60 บาท x 1 มื้อ x 30 คนเป็นเงิน1,800 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อ x 30 คน เป็นเงิน 1,800 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร600 บาท/ชั่วโมง x 6 ชั่วโมงเป็นงเงิน 3่่,600 บาท - ค่าวัสดุในการจัดอบรม ค่ากระเป๊าผ้า 30 ใบๆละ 30 บาท เป็นเงิน 900 บาท ค่าปากกา ด้ามละ 8 บาท จำนวน 30 ด้ามเป็นเงิน 240 บาท รวมค่าวัสดุเป็นเงิน 1140 บาท
1 ธันวาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ปกครองนักเรียน ร้อยละ 100 สนับสนุนให้ บุตร รับวัคซีน
8340.00 บาท - สำรวจจำนวนผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.4 - ป.6
- กลุ่มเป้าหมายสมัครใจตรวจมะเร็งปากมดลูก
- นักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
