คนน้ำขาวใส่ใจห่างไกลโรคเรื้อรัง ปี 2567
-
นางสุคนธ์ ชูศรี
-
น.ส.จินดา คงทอง
-
นางอาภรณ์ ปิยรัตน์
-
นางจริยา หมวดเพ็ง
-
นางปรไพ ชัยศรี
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน21.19
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง17.44
ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่าโรคเรื้อรังหรือโรคไม่ติดต่อเป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีรสเหวาน มัน เค็มจัด รวมถึงความเครียด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้าย ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูงหลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ถุงลมโป่งพองและ โรคอ้วนลงพุงและทำให้ อายุไขของคนป่วยกลุ่มนี้จะมีอายุต่ำกว่า 60 ปี โดยจากสถิติพบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคกลุ่มดังกล่าวมากกว่าปี ละ3 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยคิดเป็นร้อยละ 73 ของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย โดยทั่วโลก สาเหตุการตายด้วยโรคกลุ่มดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 63 ของสาเหตุการตายของประชากรโลก ปัจจุบันพบว่าอัตราความชุกของ โรคเบาหวานความดันโลหิตสูงอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังที่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในอันดับต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากผลการดำเนินงานคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองแงะ,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำขาว ปีงบประมาณ 2565 กลุ่มเป้าหมายการคัดกรองโรค 2,000 คน พบว่าผลการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 45 ผลการคัดกรองโรคเบาหวานพบกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 50 ดังนั้นการ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิตมีความสำคัญในการควบคุมความรุนแรงของโรคและป้องกันการ เกิดภาวะแทรกซ้อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองโดยกิจกรรม 3อ2ส. จึงเป็นวิธีการที่สำคัญในการ ช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงสามารถดูแลตนเองและควบคุมโรคได้ เพื่อการมีสุขภาพดีโดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนวิถีด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวและพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน19.60
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง15.20
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ค้นหากลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสป่วยด้วยโรคเรื้อรัง
1.ประชุมเพื่อวางแผนการค้นหาประชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง -ค่าอาหารว่างสำหรับอสม. หมอคนที่ 1 จำนวน 35 ชุด ชุละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 875 บ. 2.ตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง
15 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567อสม.สามารถค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ไม่น้อยกว่า 50 คน
875.00 บาท -
รวมพลคนดูแลสุขภาพห่างไกลโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องเส้นทางห่างไกลโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 50 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท -ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 ชุดๆละ50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท -ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมกลุ่ม จำนวน 1,125 บาท (ตัวอย่างอาหารที่ส่งผลในเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน) -ค่าวิทยากรให้ความรู้จำนวน 5 ชม.ๆละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567แกนนำด้านสุขภาพสามารถแยกประเภทอาหารที่ส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้
9125.00 บาท -
ติดตามสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน(แกนนำที่เข้าร่วมกิจกรรมรวมพลคนดูแลสุขภาพห่างไกลโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน)
ติดตามตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยอสม.และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหมู่บ้าน
15 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567กลุ่มเสี่ยงมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น ความดันโลหิตลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง รอบเอวลดลงและBMI:18.5 – 22.90
0.00 บาท
ทุกรายการสามาถถัวเฉลี่ยกันได้
ประชาชนในพื้นที่รับบริการป่วยด้วยโรคเรื้อรังลดลง
