โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย หมู่ที่ 3,5,6 และหมู่ที่ 7 ตำบลช้างเผือก ประจำปีงบประมาณ 2567
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย4.00
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานสามารถควบคุมความดันและเบาหวาน5.00
จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขไทยเปิดเผยว่า คนไทยป่วยด้วย 5 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอันตราย เพิ่มขึ้นนาทีละ 1 คน โดยในปี 2561 พบผู้ป่วยสะสมจำนวนกว่า 2 ล้านคนและคาดว่ายังมีผู้ป่วยซ่อนเร้นอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปีที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากพบว่าความดันโลหิตสูงจะหมายถึงว่าไตเริ่ม เสื่อมและทำให้อัตราตายจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น การทำงานของไตเสื่อมเร็วขึ้น 2-3 เท่า การ เสื่อมของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการคุมความดันโลหิตสูงให้ดี ก็จะสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนที่ เกิดจากโรคเบาหวานและความดัน ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคจอประสาทตา เสื่อม ได้อีกด้วย จากสถิติ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และความดันของหน่วยงาน รพ.สต.บ้านไอร์ซือเร๊ะ 3 ปีย้อนหลัง พบว่า 2564 2566 มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และจากการศึกษาวิถีชุมชน พบว่า เป็นประชาชนกลุ่ม วัยทำงาน มักชอบรับประทานอาหารแบบเร่งรีบ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก และไม่ตระหนักถึงประโยชน์และโทษของอาหารที่ ตนได้รับจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในส่วนนี้ได้ จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้ามามีส่วนในการช่วยป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย อย่างกว้างขวาง และได้ผลอย่างเห็นได้ชัด แพทย์แผนไทย รพ.สต.บ้านไอร์ซือเร๊ะ จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันโรคดังกล่าวในกลุ่มเสี่ยง จึงได้จัดทำโครงการ การป้องกัน และควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยขึ้น เพื่อช่วยลดการใช้ ยาแผนปัจจุบันลดค่าใช้จ่ายเรื่องยาที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานลดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เกิดจากโรคเบาหวาน ความดันๆ ให้ยั่งยืน และคงอยู่กับประชาชนบ้านไอร์ซือเร๊ะ ต่อไป
-
เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และระดับความดันโลหิตได้ในเกณฑ์ปกติ5.0074.00
หลังการเข้าร่วมโครงการผู้ป่วยสามารถคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และระดับความดันโลหิตได้
-
เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำทฤษฎีการแพทย์แผนไทยนำมาใช้ในการดูแลตนเองได้5.0074.00
ผู้ป่วยสามารถนำทฤษฎีการแพทย์แผนไทยนำมาใช้ในการดูแลตนเอง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง74
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมประชุมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
1 กิจกรรมประชุมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
จำนวน .......... 10,490....................... บาท รายละเอียด ดังนี้
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 1 มื้อๆละ 20 บาท x 74 คน เป็นเงิน ......2,960.............บาท
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆละ 45 บาท x 74 คน เป็นเงิน ......3,330............บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน ......3,600............บาท
ค่าไวนิล ขนาด 1 x 2 เมตร เป็นเงิน .........600............บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน วันที่ 18 มีนาคม 2567
18 มีนาคม 2567 ถึง 18 มีนาคม 2567ผู้ป่วยสามารถคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และระดับความดันโลหิตได้ในเกณฑ์ปกติ
10490.00 บาท -
2 กิจกรรมแช่เท้าด้วยสมุนไพรสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
2 กิจกรรมแช่เท้าด้วยสมุนไพรสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
จำนวน ...........2,480..................... บาท รายละเอียด ดังนี้
ค่ากะละมัง 7 ใบ x 50 บาท เป็นเงิน ........350.............บาท
ไพล 4 กิโลกรัม x 150 บาท เป็นเงิน ........600.............บาท
ตะไคร้ 4 กิโลกรัม x 70 บาท เป็นเงิน ........280.............บาท
ขิง 4 กิโลกรัม x 80 บาท เป็นเงิน ........320.............บาท
ข่า 3 กิโลกรัม x 80 บาท เป็นเงิน ........240.............บาท
การบูร 1 กิโลกรัม x 540 บาท เป็นเงิน .......540.............บาท
เกลือ 3 กิโลกรัม x 50 บาท เป็นเงิน .......150.............บาท
ระยะเวลาดำเนินงาน วันที่ 18 มีนาคม 2567
19 มีนาคม 2567 ถึง 19 ธันวาคม 2566ผู้ป่วยสามารถนำทฤษฎีการแพทย์แผนไทยนำมาใช้ในการดูแลตนเอง
2480.00 บาท
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันดลหิตสูงสามารถคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และระดับความดันโลหิตของตนเองได้ และสามารถดูแลตนเองโดยนําทฤษฎีการแพทย์แผนไทยนำมาใช้ในการดูแลตนเอง
