โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ห่วงใยสุขภาพประชาชน ปีงบประมาณ 2567
-
นายมนูญ หนูทอง
-
นางวรรณา พรหมแก้ว
-
นางพัชรี รักสุวรรณ์
-
นางสาวอรอนงค์ ดำจ่า
-
นายสำรวย ด้วงคง
-
ปีงบประมาณ2566 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในการใช้สารเคมีได้รับการตรวจสารเคมีในเลือดจำนวน 200 คน พบผลไม่ปลอดภัยจำนวน52คน52.00
สารกำจัดศัตรูพืช เป็นสารที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ถูกนํามาใช้อย่างแพร่หลายในด้านเกษตรกรรมก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร และผู้บริโภค ตลอดจนเกิดปัญหาการตกค้างของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดพิษจากสารกําจัดศัตรูพืช ซึ่งได้รับจากการสัมผัส สารกำจัดศัตรูพืช โดยจะเข้าสู่ร่างกาย ทั้งทางปาก ผิวหนัง และการหายใจ มีผลทำให้เกิดการเจ็บป่วย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งขึ้นอยู่กับการที่เราได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเข้าสู่ร่างกายทางใดและปริมาณสารเคมีที่ได้รับ ทำให้เกิดพิษได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ถ้าได้รับในปริมาณมากๆทำให้เสียชีวิตได้ง่าย การที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการของโรคต่างๆขึ้นมา เช่น โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน โรคมะเร็ง มีผลต่อระบบประสาทและการทำงานของตับได้ เป็นต้น ประชาชนตำบลสมหวัง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตร ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำไร่ ทำนา ทำสวนผักและผลไม้ และยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธี ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพังกิ่งจึงเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของเกษตรกร และประชาชนที่มีการบริโภคผักที่มีสารเคมีปนเปื้อน จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดเกษตรกร เพื่อตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดเกษตรกร และเพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง และอันตรายต่อตับ ไต ที่มีผลมาจากสารเคมีในเลือดสูง เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคจากสารพิษตกค้างในเลือด
-
เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2.เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3.เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง30.00
-มีการจัดอบรมให้ความรู้ 1 ครั้ง
-ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
-ผลการตรวจสารเคมีในละเลือด ครั้งที่ 2 มีผู้ที่เสี่ยงและไม่ปลอดภัยลดลงจากครั้งที่ 1 ร้อยละ 20
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ในกลุ่มเป้าหมาย
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 1 วันๆละ 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าวัสดุในการอบรม จำนวน 1,000 บาท
1 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25671.กลุ่มเกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงจากปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็ง 2.กลุ่มเกษตรกรได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3.กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
4050.00 บาท -
ตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร
- ค่าเข็มตรวจ จำนวน 2 ครั้งๆละ 50 ชิ้นๆละ 3 บาท เป็นเงิน 300 บาท
1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผลการตรวจสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 มีผู้ที่เสี่ยงและไม่ปลอดภัยลดลงจากครั้งที่ 1 ร้อยละ 20
300.00 บาท
1.กลุ่มเกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงจากปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็ง 2.กลุ่มเกษตรกรได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3.กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
