โครงการวัยใสห่างไกลเหาด้วยสมุนไพรไทยประจำปี2567
-
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอม
-
จำนวนนักเรียนในพื้นที่ตำบลสะกอมมีเหา80.00
การดูแลความสะอาดของร่างกายในเด็กวัยเรียนเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดบริเวณศีรษะทั้งนี้เหาเป็นแมลงขนาดเล็กไม่มีปีก เป็นตัวเบียดเบียนกัดหนังศีรษะ และดูดเลือดเป็นอาหารโดยอาศัยบนศีรษะที่ไม่สะอาด เหามักจะระบาดและแพร่กระจายในกลุ่มนักเรียนก่อนประถมและประถมศึกษา ซึ่งอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 4-14 ปี เหาเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความรำคาญทำให้ขาดสมาธิในการเรียนและเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมรวมทั้งก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ด้วย โดยมากนักเรียนที่เป็นเหามักเป็นผู้ที่มีสุขวิทยาส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง ประกอบกับมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เหาเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของศีรษะอย่างสม่ำเสมอแต่เนื่องจากเหาสามารถติดต่อกันได้ง่าย ทั้งระหว่างนักเรียนด้วยกันและนักเรียนกับบุคคลในครอบครัว การแก้ปัญหาเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคเหาในโรงเรียน คือต้องกำจัดเหาและปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้องจริงจังเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ จากผลการดำเนินงานตรวจสุขภาพนักเรียนในปี 2566 พบว่านักเรียนเป็นเหา 287 คนคิดเป็นร้อยละ 89.96 ของนักเรียนหญิงทั้งหมดในโรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอม จึงเห็นความสำคัญที่ต้องกำจัดเหาในโรงเรียน และให้สุขศึกษาแก่นักเรียนเพื่อสุขภาอนามัยที่แข็งแรง จึงได้จัดทำโครงการกำจัดเหาในโรงเรียนโดยการใช้สมุนไพรไทยขึ้น เพื่อรณรงค์กำจัดโรคเหาในนักเรียน โดยมุ่งหวังให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายและศีรษะ ที่จะช่วยป้องกันโรคเหาและลดการแพร่ระบาดของโรคเหาต่อไป
-
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ สามารถดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายได้60.0080.00
นักเรียนมีความรู้ และสามารถดูแลตนและรักษาความสะอาดของตนเองได้
-
เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่50.0070.00
มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดการเรื่องสุขภาพ
-
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหาในนักเรียนรายใหม่80.0090.00
ไม่มีการเกิดเหาในนักเรียนรายใหม่
-
เพื่อลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน ไม่ก่อให้เกิดการระคายระเคืองหนังศีรษะในเด็กที่เป็นเหา50.0060.00
นักเรียนไม่มีการใช้ยากำจัดเหา
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เก็บข้อมูลเด็กนักเรียนที่เป็นโรคเหา จากการตรวจสุขภาพนักเรียน
- ตรวจสุขภาพนักเรียน
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2567ได้ข้อมูลนักเรียนที่เป็นโรคเหา
0.00 บาท -
จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำน้ำยากำจัดเหา
1.ใบน้อยหน่า 0.5 กิโลกรัม ๆ ละ 500 บาท เป็นเงิน 250 บาท
2.ยาเส้น 150 กรัม ๆ ละ 4 บาท เป็นเงิน 600 บาท
3.น้ำมันพืช 5 ลิตร ๆ 55 บาท เป็นเงิน 275 บาท
4.มะกรูด 2 กิโลกรัม ๆละ 80 บาท เป็นเงิน 160 บาท
5.ขวดพลาสติกบรรจุ จำนวน100 ใบๆละ5.20บาทเป็นเงิน 520 บาท
6.ผ้าขาวบาง ขนาด 50*50 ซม. 1 ผืน เป็นเงิน 100 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567ได้วัสดุอุปกรณ์ในการทำน้ำยากำจัดเหา
1905.00 บาท -
ให้ความรู้และคำแนะนำแก่นักเรียนในการดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย ที่อยู่อาศัยและการใช้ของใช้แยกกัน
1.ค่าถ่ายเอกสารแผ่นพับความรู้ แผ่นละ 2 บาท จำนวน 80 แผ่น เป็นเงิน 160 บาท
2.ค้าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการขนาด 1.2*2.4 เมตร เป็นเงิน 450 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567นักเรียนได้ความรู้การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย ที่อยู่อาศัยและการใช้ของใช้แยกกัน
610.00 บาท -
สาธิตการทำน้ำยากำจัดเหาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกำจัดเหาให้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมอบรม
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 ชุดๆละ 30 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
2.หมวกคลุมผมขนาด 15*30 นิ้ว จำนวน 1 แพ็ค ๆละ 100 บาท เป็นเงิน 100 บาท
3.ผ้าเช็ดผม จำนวน 80 ผืนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
4.ยาสระผม 450 มล.2 ขวดๆละ 199 บาทเป็นเงิน 398 บาท
5.หวีสร่างเหา 80 อันๆละ 10 บาท เป็นเงิน 800 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567มีน้ายากำจัดเหาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกำจัดเหาให้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมอบรม
5298.00 บาท -
ติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน 1 เดือน
1.ตรวจเหา เดือนละ 2 ครั้ง และกำจัดเหาซ้ำในรายที่ยังเป็นอยู่
2.เยี่ยมบ้านนักเรียนที่เป็นเหา แนะนำผู้ปกครองให้ช่วยสังเกตและมีส่วนร่วมในการดูแลความสะอาดร่างกาย ให้หายจากเหา
3.แนะนำคุณครูประจำชั้นให้ดูแล ติดตามพฤติกรรมนักเรียน จนกระทั่งปลอดเหา
4.สรุปผลการดำเนินงาน
1 กันยายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25671.ไม่มีการเกิดเหาในนักเรียนรายใหม่
2.นักเรียนเป็นเหาลดลง ร้อยละ 80
0.00 บาท
1.นักเรียนมีความรู้ สามารถดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายตนเอง
2.ลดการเกิดเหาในนักเรียนรายใหม่
3.สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับปรุงใช้ให้เกิดประโยชน์
